ทุกความท้าทายคือประตูสู่ประสบการณ์ใหม่!

.

ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้อาจมี Challenge เป็นเรื่องยากสำหรับนักการตลาดที่จะทราบว่าควรเริ่มต้นใหม่กับการทำการตลาดอย่างไร สำหรับช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่สัปดาห์ที่ผู้คนเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น รวมไปถึงครอบครัว ,พนักงาน ,ลูกค้าหรือแม้แต่ชุมชนของตัวเอง ซึ่งสื่อสังคมออนไลน์ก็คือสิ่งที่ทำให้ผู้คนสามารถรับรู้ข้อมูลได้มากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารว่าควรจะปฏิบัติตัว หรือดูแลตัวเองอย่างไร 

เมื่อ social distancing ทำให้คนจำนวนมากระวังตัวกันมากขึ้น พฤติกรรมต่างๆ ของคนก็เริ่มมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนเริ่มหาข้อมูลข่าวสาร เพื่อการรับรู้ของข้อมูลที่ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นคือพวกเขาเริ่มหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อหลบหนีออกจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดและพยายามหาความบันเทิงให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดเกม หรือการใช้เวลากับโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมไปถึงการดูสตรีมมิ่งอย่าง netflix และการเรียนการทำงานเองก็เริ่มมีการทำผ่านการ live มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะเดียวกันความต้องการของสินค้าคือการสร้างแรงกดดันให้กับช่องทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้าน e-commerce ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก สำหรับธุรกิจร้านขายของชำและร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นแหล่งสำคัญสำหรับสิ่งของจำเป็น แต่สินค้าก็ยังคงมีในปริมาณที่จำกัดและปัญหาด้านสุขภาพและความปลอดภัยเองก็กำลังผลักดันให้ลูกค้าหันมาใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เช่นการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อชำระเงินโดยไม่ต้องสัมผัสเงินโดยตรง

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหล่านี้บางอย่างอาจเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่หลายอย่างก็อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นการถาวร เมื่อผู้คนสามารถข้ามผ่านการเอาชีวิตรอดจากวิกฤตินี้ไปได้แล้ว และการเปลี่ยนแปลงไปยังโลกดิจิตอลที่รวดเร็วก็ไม่น่าจะทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตในหลาย ๆ อย่างของคนย้อนกลับไปเป็นแบบเดิม เพราะผู้คนกำลังโดนสถานการณ์บังคับให้ลองสิ่งใหม่ ๆ 

ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เรามาดูกันว่าแบรนด์ต่าง ๆ สามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง เพื่อให้ตอบโจทย์และขยายฐานลูกค้า อีกทั้งลดความเสี่ยง และสามารถดูแลคนของคุณไว้ได้

1. นำเสนอด้วยความเอาใจใส่และความโปร่งใส

ในตอนนี้เป็นช่วงที่ผู้คนกำลังรู้สึกเปราะบางและอ่อนไหว การเอาใจใส่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้หลาย ๆ ธนาคารได้ทำการยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม เพราะตระหนักถึงความยากลำบากของลูกค้า

สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คืออะไรก็ตามที่แบรนด์สื่อสารออกไปมันจะให้ความรู้สึกละเอียดอ่อนมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น ตัวแบรนด์เองต้องทำความเข้าใจและใช้เวลาในการดูแลลูกค้าของตัวเองให้มากขึ้น และหากแบรนด์ใช้เวลาช่วงวิกฤตินี้ในการแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่เกิดผลดีนัก ยกตัวอย่างเช่น การสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยของ CP ที่ทำเพื่อสังคม ทำให้แบรนด์ CP สามารถจะคอนเนคเข้ากับคนได้และผู้คนเองก็เห็นใจและเข้าใจในตัวแบรนด์ ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะตอบโจทย์และสามารถทำให้คนเข้าถึงแบรนด์ได้เร็วขึ้นและมากขึ้นอีกด้วย

2.ใช้สื่อในรูปแบบที่คล่องตัวมากขึ้น

หากต้องการที่จะสื่อสารข้อความต่าง ๆ อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นักการตลาดจะต้องทำความเข้าใจกับภายในทีมของตัวเองหรือพูดคุยหารือกับเอเจนซี่อื่น ๆ 

ความคิดสร้างสรรค์จะมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อวิกฤตนี้เข้าสู่สภาวะที่รุนแรงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Nike ได้มีการเปลี่ยนแปลงสโลแกนของตัวเองทันที  “Play inside, play for the world.” เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังรวมไปถึงแบรนด์อื่น ๆ ที่ได้มีการส่งเสริมหรือรณรงค์ในเรื่องของ social distancing อย่างเช่น Mcdonal’s หรือแม้แต่แบรนด์ทั่ว ๆ ไป เองก็ได้มีการเปลี่ยนโลโก้ของตัวเองบนสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สื่อให้เห็นถึงระยะที่ห่างกัน ยกตัวอย่างเช่น SC Asset , เว็บไซต์ Pantip หรือ AIS เป็นต้น 

นอกเหนือจากความคิดสร้างสรรค์แล้ว ก็ยังมีในเรื่องของช่องทางในการรับสารที่ผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจและใช้แพลตฟอร์มหลากหลายมากยิ่งขึ้น นักการตลาดเองก็ควรที่จะพิจารณาปรับเปลี่ยนหรือผสมผสานแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ไม่ควรที่จะโฟกัสเพียงแค่ช่องทางใดช่องหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การรับชมสื่อบันเทิงบนโลกออนไลน์ของผู้บริโภค นักการตลาดก็อาจต้องขยายการทำโฆษณาเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

3.เชื่อมโยงแบรนด์ของคุณด้วยสิ่งดี ๆ

ผู้คนจะจดจำแบรนด์ได้ดีหากเกิดการกระทำที่ดี ๆ ของแบรนด์เองในช่วงวิกฤตเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทำด้วยใจจริงและมีความใจกว้าง ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบของการบริจาคอาหาร จัดหาผลิตภัณฑ์ฟรีสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ หรือยังคงจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานในขณะที่บริษัทยังคงถูกปิดอยู่ ยกตัวอย่างเช่น บริษัท Canon ได้มีการจัดโครงการทำ Face shield เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลเพื่อเป็นการช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน

โดยการสร้างคอนเทนต์ดี ๆ จะช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและช่วงส่งเสริมแบรนด์ในทางบวกได้มากยิ่งขึ้น

4.ติดตามแนวโน้มและสร้างสถานการณ์

การติดตามแนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้นักการตลาดได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นแบบเรียลไทม์ โดยจะต้องวัดความเชื่อมั่นและแนวโน้มการบริโภคเป็นประจำ เพื่อปรับการสื่อสารข้อความให้ดีขึ้น ,สังเกตการสนทนาอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางของสื่อสังคมออนไลน์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซต่าง ๆ เพื่อมองหาโอกาสและระบุสิ่งที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วมากกว่าเดิม

https://www.dgtl8.com/customer-persona-playbook/

นักการตลาดจะต้องมีการคอนเนคกับระดับผู้บริหารให้มากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่ผู้บริหารมีนั้นสามารถที่จะมีส่วนร่วมกับตัวเลือกทางการตลาดได้

5.ปรับให้เข้ากับวิธีการทำงานใหม่ ๆ

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้บริษัทต่าง ๆ เปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบระยะไกลได้อย่างรวดเร็ว การปรับใช้เทคโนโลยีการทำงานร่วมกันสามารถช่วยให้การแชท ,การแชร์ไฟล์ ,การประชุม และการโทรเป็นไปได้อย่างราบรื่น ทำให้ทีมสามารถเชื่อมต่อและยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เวลาแห่งความสุขเสมือนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจของทีม ยกตัวอย่างเช่นบริษัท soldoutt ได้มีบริการเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ coworking space เช่น HUBBA เพื่อสร้างชุมชนเสมือนบนโลกออนไลน์

พาร์ทเนอร์จะต้องเสนองานกันจากระยะไกลโดยตระหนักว่าการติดต่อฝ่ายขายไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และผู้นำก็ต้องพยายามอย่างสุดความสามารถในการเปลี่ยนแปลงแต่ละองค์ประกอบของรูปแบบการดำเนินงานตั้งแต่การตลาด ,การขาย ,การบริการ จนถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ

วิธีที่การที่เราสามารถวางแผนสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อ ๆ ไปในอนาคต

ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่กำลังรับรู้และปรับตัวของการระบาดครั้งยิ่งใหญ่กับ Covid-19 แต่เราก็ต้องวางแผนชีวิตให้ดีกว่าวิกฤตินี้ด้วย ในขณะที่เราสำรวจสิ่งที่เราควรรู้ ผู้นำด้านการตลาดจะต้องทำงานจากภายนอกเพื่อรักษาแบรนด์และพฤติกรรมของลูกค้าโดยรวมให้มากที่สุด และในขณะเดียวกัน สามอย่างที่ต้องทำภายในองค์กรของตัวเองด้วยเช่นกัน คือ

  1. ทำความเข้าใจผลกระทบของการหยุดชะงักทางธุรกิจ
  2. เรียนรู้วิธีการทำงานแบบดิจิตอลและเชื่อมต่อกับลูกค้า โดยต้องรับรู้ว่าสิ่งนี้น่าจะมีผลกระทบระยะยาว
  3. ลดความเสี่ยงต่อประสบการณ์ของลูกค้าโดยการคิดอย่างแนบเนียนจากภายนอกสู่ภายใน

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิตอลมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างที่เรารับรู้ว่าประสบการณ์การใช้งานบนโลกออนไลน์ของลูกค้ามีความรวดเร็วเพียงใด

ดังนั้นแบรนด์ต่าง ๆ ก็ต้องคิดหาวิธีดำเนินงานและเป็นผู้นำด้วยรูปแบบใหม่ ๆ ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอีกทั้งยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้ และเราทุกคนจะต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ด้วยความไว้วางใจและอ่อนน้อมถ่อมตน

pandeyvishanu@gmail.com


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>