สิ่งที่ทุกคนเห็นอยู่ขอบอกให้รู้ไว้ว่า นี่คือวิดีโอแรกในชีวิตของดิฉันเองค่ะ! !

หลังจากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทต่างๆ มาหลายบริษัทมุกเองพบว่าพวกเรามักจะเจอคำถามนึงที่จะถูกถามอยู่บ่อยครั้ง เวลาที่พวกเราแนะนำตัวเอง นั่นก็คือ อะไรคือ Customer Centric และ ทำไมต้อง Customer Centric ?

วันนี้เลยอยากมาแชร์มุมมองความคิดของเราต่อ Customer Centric ที่หลายคนอาจเคยได้ยินและรู้จักแล้วหรือใครที่ยังไม่เคยรู้จักมาก่อนได้ฟังกันนะคะ 

ในมุมมองของเราเลยนะคะ มองว่า Customer Centric มันไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาด แต่มันถือว่าเป็นวัฒนธรรม มันเป็น Mind set ที่ทุกๆ องค์กรควรจะมีและนำไปพัฒนาต่อยอดและปฎิบัติกันเลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทีมขาย ทีมบัญชี หรือแม้แต่ทีมผู้บริหารเองก็ควรนำหลักการ Customer Centric นี้ไปใช้เช่นกัน สิ่งสำคัญเลยคือทุกคนในองค์กรต้องมองลูกค้าออกมาเป็นลูกค้าคนเดียวกันก่อน จากนั้นทำความรู้จักและเข้าใจความรู้สึกของลูกค้าที่ขององค์กรของคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ทุกคนในองค์กรไม่ว่าจะทำงานเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังควรมีกระบวนการความคิดที่นำ ‘ลูกค้า’ มาเป็นหัวใจหลักในกระบวนการทำงาน ขอยกตัวอย่างนะคะ ถ้าทีมเซลไม่ทำความรู้จักกับลูกค้าหรือไม่เข้าใจอารมณ์ความชอบหรือสิ่งที่ลูกค้าสนใจ ทีมเซลก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ว่าควรเสนอสินค้าอะไรที่จะเพิ่มคุณค่าหรือสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าคนนั้นได้

หรือแม้แต่ทีมบัญชีทีมหลังบ้านของเรา ก็สามารถใช้ Mind set Customer Centric นี้ได้เช่นกัน เช่น การออกใบสั่งซื้อ ใบเสร็จ ที่ต้องแก้ไขหรืออธิบายกันยาวเหยียดยังไงก็ยังไม่เข้าใจระหว่าง Vender กับ บริษัท ถ้าหากการออกเอกสารตามระบบของบริษัทของเรามันยากเกินไป อาจหมายความว่าบริษัทกำลังสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับลูกค้าอยู่ แม้จะมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ จะดีกว่าไหมคะหากเรามาเข้าใจทางฝั่งลูกค้าให้มากขึ้นว่ามีตรงจุดไหนที่ทางลูกค้ารู้สึกว่ายากไปและไม่เข้าใจ ที่เราสามารถนำมาปรับปรุงระบบภายในบริษัท ที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ 

เห็นไหมคะว่าทุกคนทุกทีมสามารถใช้ Mind Set นี้ได้กับทุกเรื่องจริงๆ 

ถ้าทุกๆ คนในบริษัทมีกระบวนการความคิด Customer Centric เป็นพื้นฐานในการทำงาน เราเองมั่นใจว่า ถ้าการที่เราเข้าใจลูกค้า คุยภาษาเดียวกับลูกค้า นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ในเวลาที่ใช่ สิ่งเหล่านี้จะสามารถเพิ่มรายได้ให้บริษัทของคุณควบคู่ไปกับการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ด้วยในเวลาเดียวกันค่ะ ถือว่าได้สองเด้งกันเลยนะ

#ช่วงขายของค่ะ5555

ด้วยทีมงานของมุกเอง ( Dgtl8 (ดิจิตอลเอท) ) ที่ทำงานด้านการตลาดและอินกับ Mind set Customer Centric นี้กันอย่างหนัก พวกเราจึงให้ความสำคัญหรือเรียกได้ว่า มี Passion กับการทำงานแบบ Customer Centric Marketing อย่างมาก

พวกเราเองเคยได้มีโอกาสร่วมงานกับ Start Up ที่เรียกได้ว่าพึ่งเริ่มต้นกันแบบแบเบาะกันเลยทีเดียว Dgtl8 (ดิจิตอลเอท) เองได้เข้าไปช่วยทีมงานของพวกเขา ในด้านการเข้าใจลูกค้าตั้งแต่พื้นฐาน ดูกลุ่ม Audience ที่ควรโฟกัส ด้วยการสร้าง “Customer Persona Playbook” ขี้นมาที่ช่วยทำให้ทีมงานพวกเขาได้เข้าใจลูกค้ามากขึ้น และมันไม่ใช่เพียงแค่การเข้าใจ Demographic แต่ลงลึกไปถึงการเข้าใจด้าน Emotional และ Rational pain poin ไม่ว่าจะคิดอะไรแบบไหนเราจะล้วงลึกถึงไส้ถึงพุงของกลุ่มลูกค้าเหล่านั้นให้หมด วิเคราะห์ออกมาให้ชัดเจนกันไปเลยค่ะ

การเข้าใจ  Emotional และ Rational pain poin มันสำคัญอย่างไรนะ ? 

เคยสังเกตุกันไหมคะว่าก่อนที่คนเราทุกคนจะเลือกซื้อสินค้าหรือก่อนที่เงินจะออกจากกระเป๋าตังค์อันเป็นที่รักของพวกเราไปได้เนี่ย บางครั้งมันไม่ได้เกิดจากความจำเป็นในการซื้อของหรือว่าตระกะใดๆ เลย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจาก ‘อารมณ์’ ของเรานั่นเอง แล้วหลังจากนั้นสมองของพวกเราจะค่อยๆ หาเหตุผลมาเป็นตัวซัพพอร์ตความต้องการของเรา ให้เงินที่มันกำลังจะออกจากกระเป๋าออกไปโดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อตนเองเท่าไร 

ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยนะคะ ผู้หญิงเราๆ เวลาเป็นสิวสมมติตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเข้าห้องน้ำไปส่องกระจกเช็คสภาพตัวเอง และเมื่อเราเห็นว่าหน้าเรามีเจ้าสิวตัวร้ายมันขึ้นอยู่บนหน้าเราเม็ดใหญ่มาก เด่นกว่าสิ่งอื่นใด สภาพจิตใจหรืออารมณ์ของเราตอนนั้นแน่นอนว่า จะเริ่มไม่มั่นใจ จะเริ่มรู้สึกว่าวันนี้ฉันไม่สวย จากนั้นเราก็จะเริ่มหาทางออกในการหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาเจ้าสิวนี้ของเราให้หายไป ไม่ว่าจะเป็น ยาแต้มสิว คลินิกรักษา คอนซีลเลอร์ ต่างๆ นานา

นั่นคือเหตุการธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงกับหลายๆ คนและแตกต่างกันไปแต่ละสถาณการณ์ที่มักจะเกิด Emotion นำก่อนและตามมาด้วย Rational 

ไม่ว่าจะในธุรกิจแบบ B2B หรือ B2C เราควรให้ความสำคัญกับ ‘ลูกค้า’ หรือ ‘ผู้บริโภค’ เป็นอันดับแรก เข้าใจ Journey ขั้นตอนในการซื้อของตั้งแต่กระบวนการความคิดแรกของเขาไปจนถึงขั้นตอนที่พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้า และพยายามหาจุดที่จะนำแบรนด์ หรือธุรกิจของเราเข้าไปเชื่อมต่อในแต่ละ กระบวนการการซื้อของเขาให้ได้ จับจุด Touch Point ให้เจอและนำเสนอ Message ที่ใช่ในสิ่งที่พวกเขาต้องการในเวลานั้น 

บทส่งท้ายพักหายใจกันสักนิด ทุกคนเก่งมากค่ะที่อ่านมาถึงตรงนี้ <3 

และนี่คือวิดีโอแรกของมุกเอง และยอมรับกันตรงๆ ว่ามันอาจจะไม่เพอร์เฟคหรือได้มาตรฐานใดใด แต่ในอนาคตมุกเองแพลนที่จะสร้างวิดีโอที่จะมาแชร์สิ่งที่มุกเองรู้มาและคิดว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่อง Persona ,Journey และ Touch Point ต่างๆ ให้ทุกคนได้ฟัง ถ้าใครมีคำถามหรืออยากรู้เรื่องไหน ได้โปรดดด DM มาเลยนะคะะ อยากทำคลิปมากค่ะ 5555

สุดท้ายนี้ถ้าใครมี feedback อะไรสำหรับการอัดวิดีโออย่าเกรงใจค่ะ 5555 น้อมรับคำติเพื่อก่อให้มุกได้พัฒนาการทำคลิปวิดีโอให้ดีขึ้นไปบอกกันได้เลยนะคะ ยินดีมากๆค่ะ 

ขอบคุณค่ะ : )

pandeyvishanu@gmail.com


Hi! You can follow me on the social handle below 

  • […] อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในการทำ Content Marketing ในยุคดิจิตัลที่ผู้คนรายล้อมไปด้วย Content ต่าง ๆ มากมายนั้น เราต้องคำนึงถึงลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก หนึ่งในเหตุผลที่หลาย ๆ แบรนด์สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยการมีมายด์เซ็ทแบบ Customer-centric Marketing นั้น ก็เพราะเมื่อเรารู้จักกลุ่มเป้าหมายดีแล้ว เราจะสามารถสร้าง Persona ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและใช้มันเพื่อวางแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมการแบ่งเป้าหมายตาม Generation เป็นที่นิยมอย่างมากต่อการทำ Content Marketing เพราะการที่นักการตลาดจะสามารถทำคอนเทนท์ให้ดึงดูดคนเจนต่าง ๆ ได้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพวกเขามีไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน แน่นอนว่าประสบการณ์ส่วนบุคคลไม่ใช่สิ่งที่คนในเจนเดียวกันจะเหมือนกันทั้งหมด เพราะแต่ละคนก็มีชีวิตที่ต่างกัน แต่คนในแต่ละยุค ก็มีปัจจัยภายนอกที่คล้ายกันในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งนักการตลาดสามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ร่วมนี่แหละในการวางแผนการตลาด […]

  • {"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

    Subscribe to our newsletter now!

    >