Content Marketing ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดยอดฮิตในยุค Digital Transformation นี้เป็นอย่างมาก ด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนคอนเทนท์ในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งโพสต์ รูป ข้อความ วิดีโอ ฯลฯ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เพียงปลายนิ้ว บวกกับเทรนด์ของ Inbound Marketing ที่สำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เพราะคนยุคใหม่ เริ่มตื่นตัวและรู้เท่าทันสื่อ ทำให้การขายแบบ Outbound ไม่สามารถสร้างผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมได้เท่าแต่ก่อน ซึ่ง Content Marketing ก็เข้ามาช่วยทำให้เกิด Traffic และ Engagement ตอบรับกับเป้าประสงค์ของ Inbound Marketing เป็นอย่างดี

และแน่นอน หนึ่งในประเภทของ Content Marketing ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน นั่นก็คือ User-generated content marketing หรือการตลาดแบบใช้ UGC นั่นเอง เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่ให้คนทั่วไปได้เข้ามา Interact กับแบรนด์ในมุมมองที่แปลกใหม่ ผ่านสายตาของผู้บริโภคด้วยกันแล้ว ยังมีความน่าเชื่อถือ เรียล ตามสไตล์ Word of Mouth (WOM) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะพูดว่า UGC นั้นมีประสิทธิภาพมาก ๆ แต่โจทย์สำคัญที่หลาย ๆ แบรนด์ยังคงหาคำตอบอยู่คือ จะทำอย่างไรให้มี UGC เพิ่มขึ้น ในเมื่อ UGC ไม่ใช่คอนเทนท์ประเภทที่อยู่ดี ๆ แบรนด์จะสามารถเสกออกมาได้เหมือนอย่างคอนเทนท์ประเภทอื่น ๆ

แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ

ใช่แล้วครับ จริง ๆ แล้ว มันมีเทคนิคลับสำคัญที่จะช่วยให้ลูกค้าของคุณช่วยสร้าง UGC ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการตลาดให้แบรนด์คุณ แถมยังทำได้ง่ายมาก ๆ อีกด้วย และนั่นคือสิ่งที่วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันครับ ถ้าพร้อมแล้ว ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันได้เลย

สามารถเลือกอ่านเช็คลิสต์ที่สนใจได้เลยครับ

User-generated Content คืออะไร

User-generated content หรือ UGC หมายถึงคอนเทนท์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ถูกสร้างสรรค์และผลิตขึ้นโดยผู้ใช้ ซึ่งในที่นี่หมายถึงลูกค้าที่ใช้สินค้าหรือบริการของแบรนด์นั่นเอง คอนเทนท์ประเภทนี้ต่างจากคอนเทนท์ที่ผลิตโดย Production House หรือตัวแบรนด์เองในแง่ที่ว่า UGC เป็นเหมือนพื้นที่ที่เปิดให้เหล่าลูกค้าได้เข้ามาโชว์ประสบการณ์หรือ Impression ที่มีต่อแบรนด์ ให้คนอื่นได้เห็นแบรนด์ในมุมมองที่สดใหม่และเรียลมากกว่าคอนเทนท์โฆษณาทั่วไป แน่นอนว่า ถึงแม้แบรนด์จะไม่สามารถเข้าไปควบคุม Message ที่พูดถึงแบรนด์ได้เท่ากับคอนเทนท์ของตัวเอง แต่ความเรียลเฉพาะตัวในแบบ Word of Mouth นี่แหละที่จะช่วยให้คนทั่วไปสามารถรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้มากกว่า

User-generated Content คืออะไร

UGC กับ Content Marketing

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์จำนวนมากได้มองหาแนวทางการเพิ่ม UGC จนเกิดเป็น User-generated content strategy หรือกลยุทธ์การทำคอนเทนท์แบบ UGC ซึ่งเป็นหนึ่งใน Content Marketing ประเภทหนึ่ง เพียงแต่คอนเทนท์ที่เผยแพร่ออกมา ไม่ได้มาจากแบรนด์โดยตรง ซึ่งก็เช่นเดียวกับคอนเทนท์ทั่ว ๆ ไป คอนเทนท์ประเภท UGC สามารถอยู่ได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโพสต์บนโซเชียลมีเดีย รูปภาพ บล็อก หรือกระทั่วรีวิวสินค้า สิ่งเหล่านี้เรานับเป็น UGC ทั้งหมด ขอเพียงแค่ (1) เป็นคอนเทนท์ที่ผลิตขึ้นโดยลูกค้าหรือผู้ใช้สินค้า และ (2) มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ เช่น รูปสินค้า แฮชแท็ก หรือวิดีโอรีวิวสินค้า

จุดเด่นหลัก ๆ ที่ดึงดูดให้แบรนด์มากมายหันมาใส่ใจ Content Marketing ประเภท UGC นั่นก็เพราะคอนเทนท์ประเภทนี้มีพลังอย่างมากในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงง่าย จับต้องได้ และอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป ยิ่งในปัจจุบันที่การตลาดแบบ Outbound Marketing เริ่มไม่ได้ผลแล้ว จากสถิติในปี 2019 ผู้ใหญ่มากกว่า 63% ไม่เชื่อคำโฆษณาอีกต่อไป การที่แบรนด์มีกลยุทธ์ที่ส่งเสริมรับกับ User-generated content marketing, Influencer marketing หรือ Inbound Marketing รูปแบบอื่น ๆ ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในยุคนี้ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่า

UGC กับ Content Marketing

UGC ดียังไง

1. เพิ่มยอด Conversion

UGC เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกิด Conversion โดยคอนเทนท์ประเภทรีวิวจากลูกค้าหรือโพสต์ประสบการณ์การใช้บนโซเชียลมีเดียมักจะช่วยให้คนทั่วไปได้รู้จักกับแบรนด์คุณ และมองเห็นว่าแบรนด์ของคุณเป็นอย่างไร ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาคือโอกาสในการ Convert นั่นเองครับ

UGC ดียังไง - เพิ่มยอด Conversion

2. ความน่าเชื่อถือ (Authenticity)

แบรนด์ไหน ๆ ก็สามารถพูดได้ว่าสินค้าของพวกเขาดีที่สุด แต่การขายแบบนี้อาจจะยากหน่อยในยุคนี้ที่ผู้บริโภคตื่นตัวและรู้เท่าทัน ซึ่ง UGC จะเข้ามาช่วยตรงนี้ได้ครับ เพราะคอนเทนท์แนว WOM จากคนรู้จักมักน่าเชื่อถือและดูเรียลมากกว่าคำโฆษณาทั่ว ๆ ไป

UGC ดียังไง - ความน่าเชื่อถือ (Authenticity)

3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วม

ในทุก ๆ ครั้งที่มีการใช้แฮชแท็ก การประกวด หรือแคมเปญอะไรสักอย่าง แบรนด์มักได้รับ Engagement เพิ่มอย่างมาก เพราะรูปภาพ วิดีโอ ได้รับการแชร์และส่งต่อ นอกจากจะได้ยอด Visibility เพิ่มแล้ว ยังมีโอกาสเกิด Lead Conversion อีกด้วย

UGC ดียังไง - ส่งเสริมการมีส่วนร่วม

4. ประโยชน์ด้าน SEO

ทุก ๆ ครั้งที่คนมาคอมเมนท์บนหน้าเว็บไซต์ หรือแปะลิงก์เว็บไซต์แบรนด์จากหน้า Social Media ของตัวเอง แบรนด์มักได้ประโยชน์ในแง่ของการส่งเสริม SEO ด้วย ในคะแนนเพิ่มขึ้น แถมมีโอกาสที่เว็บจะขึ้นไปติดบน SERP หน้าแรก ๆ ด้วยครับ

อ่าน 11 เช็คลิสต์ ตัวช่วยเด็ดพาเว็บไซต์คุณให้ติดหน้าแรกของทุก Search Engine!

UGC ดียังไง - ประโยชน์ด้าน SEO

5 เทคนิคช่วยเพิ่ม UGC ให้แบรนด์

1. ทำให้ Personalized

หนึ่งในเทคนิคที่เป็นที่นิยมที่สุดในวงการ UGC คือการทำให้ลูกค้ารู้สึก Personal ผ่านสินค้าหรือบริการของแบรนด์ ตัวอย่างยอดฮิต หากทุกท่านจำได้ มีช่วงหนึ่งที่ Coca-cola ได้คิดแคมเปญ “ส่งโค้กให้...” โดยพวกเขาจะติดชื่อสุ่ม ๆ ไว้บนขวดและกระป๋องโค้ก เมื่อลูกค้าเจอชื่อตัวเอง พวกเขาก็มักจะซื้อและถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง นี่แหละครับคือหนึ่งในกลยุทธ์ UGC สุดครีเอทีฟ ซึ่งโค้กได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากคอนเทนท์ที่พวกเขาไม่ต้องเสียเงินทำด้วยซ้ำ และจากแคมเปญนี้เพียงตัวเดียว บริษัทมียอดขายเพิ่มมากขึ้นถึง 2%

2. แชร์ UGC บนเพจของแบรนด์

เรียกได้ว่าเป็นวิธีการเพิ่ม UGC ที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ นั่นคือการที่แบรนด์แชร์โพสต์ UGC ที่มาจากลูกค้าทั้งในรูปแบบของรูปและวิดีโอลงช่องทางต่าง ๆ ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียหรือหน้าเว็บไซต์ เมื่อคนเริ่มเห็นว่า หากพวกเขาโพสต์บ้าง ก็มีโอกาสที่จะขึ้นไปอยู่บนหน้าเพจของแบรนด์ รู้ตัวอีกที แบรนด์ของคุณก็อาจเต็มไปด้วย UGC เลยก็ได้นะ อย่างหน้าเพจของสตาร์บัคส์ที่มักแชร์รูปแก้วกาแฟของลูกค้าแต่ละคนที่แปลกใหม่ น่าสนใจ ตรงนี้ก็ช่วยให้เหล่าลูกค้าขยันถ่ายรูปแก้วกาแฟลงได้

เทคนิคช่วยเพิ่ม UGC ให้แบรนด์ - แชร์ UGC บนเพจของแบรนด์

พูดถึงเคสของสตาร์บัคส์แล้ว มีอีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์อาจจะไม่ได้ตั้งใจทำ แต่กลับช่วยส่งเสริม UGC ได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ โดยปกติแล้วเวลาที่เราสั่งกาแฟที่ร้านสตาร์บัคส์ ร้านจะถามชื่อเราแล้วเขียนชื่อไว้ที่ข้างแก้วเวลาเรียกใช่ไหมครับ ในหลาย ๆ ครั้ง บาริสต้าของร้านจะเขียนชื่อผิดจนกลายเป็นชื่อตลก ๆ ที่เวลาเราเห็นก็อดขำไม่ได้ สิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ทำคือแชร์เรื่องราวตลก ๆ และรูปแก้วกาแฟที่มีชื่อผิดลงโซเชียลมีเดียเพื่อความบันเทิง ฟังดูเผิน ๆ แล้ว ดูจะเป็นเหมือนเรื่องธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่า เฉพาะแค่ในสหรัฐฯและอังกฤษ สถิติจาก Twitter ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จนถึง 18 กรกฎาคม ปี 2017 ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนกว่า ๆ มีการ Mention ถึงแก้วกาแฟสตาร์บัคส์ที่เขียนชื่อผิดถึง 2,814 ครั้ง นอกจากนี้ยังเกิดแฮชแท็ก #Starbucksnamefail ที่ขึ้น Popular ใน Twitter และ Instagram อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่พูดถึงมาก ๆ จนหลาย ๆ คนก็คาดเดากันว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่สตาร์บัคส์แอบคิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ UCG อย่างไรก็ดี ทางสตาร์บัคส์ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ และกล่าวว่า ในแต่ละวัน ร้านต้องรองรับลูกค้าจำนวนมาก ทำให้อาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แบรนด์ตั้งใจหรือไม่ ผมว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ UGC ที่หลาย ๆ แบรนด์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ๆ นะ

เทคนิคช่วยเพิ่ม UGC ให้แบรนด์ - สร้าง Branded Hashtag

3. สร้าง Branded Hashtag

การสร้างแฮชแท็กของแบรนด์จะช่วยกระตุ้นยอด Engagement แถมยังส่งเสริมให้เกิด UGC อีกด้วย ซึ่งผมขอยกตัวอย่าง Case study ที่น่าสนใจจากแบรนด์ Always (บริษัทลูกของ P&G) ที่ขายสินค้าอุปโภคโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง ได้สร้างแคมเปญ #LikeAGirl ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจให้แก่เด็กสาวทุกคน ให้เปลี่ยนมายด์เซทแบบเก่า ๆ ที่ว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบไหน มี Stereotype แบบเดิม ๆ ซึ่งแคมเปญและแฮชแท็กนี้ได้กระตุ้นให้เกิดบทสนทนาและข้อถกเถียงมากมายให้สังคม นอกจากจะทำให้แบรนด์ได้รับความสนใจแล้ว ยังมีส่วนให้เกิดการผลักดันทางสังคมอีกด้วย

สำหรับเทคนิคนี้ ผมคิดว่าค่อนข้างเวิร์คมากถ้าทำสำเร็จ เพราะมันจะช่วยสร้าง Brand Loyalty ส่งเสริมให้เกิดประเด็นในโลกออนไลน์ แถมยังช่วยเพิ่มการมองเห็นแบรนด์อีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ แบรนด์มีโอกาสมาก ๆ ที่จะได้ Convert Leads จากแคมเปญพวกนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือ แฮชแท็กจะต้อง Original และเกี่ยวข้องกับแบรนด์คุณด้วย แบรนด์ถึงจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ครับ

เทคนิคช่วยเพิ่ม UGC ให้แบรนด์ - จัดกิจกรรม/ประกวด

4. จัดกิจกรรม/ประกวด

อีกหนึ่งวิธีที่ครีเอทีฟมาก ๆ นั่นคือการเชิญชวนหรือท้าให้ลูกค้าของคุณมาร่วมกิจกรรมอะไรบางอย่างที่ต้องโพสต์รูปหรือวิดีโอลงโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างจากแบรนด์ Alo Yoga ที่ท้าให้คนเข้ามาร่วมกิจกรรมถ่ายรูปเล่นโยคะในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกแล้วโพสต์ลง Instagram เพื่อลุ้นรับผลิตภัณฑ์เพื่อการเล่นโยคะฟรีจากแบรนด์ หลังแคมเปญเกิดขึ้นไม่นาน ผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามาร่วมถ่ายรูปพร้อมติดแฮชแท็ก เกิดเป็น UGC ให้ Alo Yoga อย่างมาก

หากยังนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงกิจกรรม Ice Bucket Challenge เมื่อปี 2014 ดูครับ ที่คนดังมากมายร่วมกับถ่ายคลิปเทน้ำเย็นราดตัวเองเพื่อรณรงค์บริจาคใก้ผู้พิการ ALS ในแคมเปญนั้น ALS Association สามารถทำเงินได้มากถึง 115 ล้านเหรียญดอลลาห์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เงินส่วนนี้ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ด้านการค้นคว้าวิจัยครับ

5. มี Unique Bragging Point (UBP) เป็นของตัวเอง

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Unique Selling Point (USP) หรือจุดขายของแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์และคู่แข่งไม่มี อย่างไรก็ตาม UBP จะต่างกันออกไปตรงที่ มันไม่ใช่ จุดขายที่แบรนด์มีแต่คู่แข่งไม่มี แต่มันคือ จุดที่ลูกค้าใช้แบรนด์อวด นั่นเอง พูดให้เข้าใจง่าย ๆ UBP คือสิ่งที่ให้คุณค่าแก่ลูกค้า ทำให้พวกเขารู้สึกพิเศษ เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถแชร์หรือบอกต่อได้ เพราะการบอกต่อทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจ ตัวอย่างง่าย ๆ อย่างการที่ไป IKEA แล้วต้องไปถ่ายรูป ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น นั่นก็เพราะการที่ลูกค้าลงรูปที่ถ่ายที่ IKEA เป็นการส่งเสริม Taste ของลูกค้านั่นเอง ลูกค้าต้องการโชว์ Taste ของตัวเองด้วย USB ที่ IKEA มอบให้ หรือจะเป็นการที่คนชอบถ่าย Selfie แล้วหันข้างเพื่อโชว์ Airpods เพื่อโชว์ว่าตัวเองมีรสนิยม ไม่สำคัญว่าคุณค่าตรงนั้นจะมาในรูปแบบไหน ที่สำคัญคือแบรนด์ต้องสร้างคุณค่าเหล่านั้นขึ้นมาแล้วทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงมัน บางอย่างที่ลูกค้ารู้สึกว่าโอ้อวดได้ เพราะถ้ามี ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะใช้เพื่อ อวด คนอื่นนั่นเองครับ

เทคนิคช่วยเพิ่ม UGC ให้แบรนด์ - มี Unique Bragging Point (UBP) เป็นของตัวเอง

สรุป

UGC เป็นหนึ่งในประเภทของคอนเทนท์ที่สำคัญและทรงพลังอย่างมากในยุคปัจจุบัน หลาย ๆ แบรนด์มองหามันทุกที่โดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวแบรนด์เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ ผมคิดว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กลยุทธ์การตลาดแบบ UGC ประสบความสำเร็จได้นั่นคือ Creativity หรือความคิดสร้างสรรค์ครับ เพราะแน่นอนว่าเราไม่สามารถที่จะเดินเข้าไปบอกลูกค้าให้สร้างคอนเทนท์ให้แบรนด์เฉย ๆ ได้ การที่แบรนด์รู้จักลูกค้าดี เข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร จะทำให้แบรนด์สามารถขยี้ได้ถูกจุดครับ ลูกค้าอยากได้รางวัลใช่ไหม? หรือพวกเขารู้สึก Tempted เมื่อโดนท้าให้แข่งขันกันแน่? ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ทุกแบรนด์จะต้องนำกลับไปคิดเพื่อสร้างกลยุทธ์ของตัวเองขึ้นมาครับ

เพราะความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัว

Reference
https://www.cohley.com/blog/how-to-effectively-repurpose-user-generated-content
https://www.mashed.com/151765/we-finally-understand-why-starbucks-always-spells-your-name-wrong/

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>