Influencer Marketing ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ในโลกยุคดิจิตัล และแน่นอนว่า ในปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำนี้ หลาย ๆ แบรนด์กำลังศึกษาและพยายามปรับแผนการตลาดของตัวเองให้สอดคล้อง เข้ากับกลยุทธ์ประเภทนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า มันตอบสนองต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย หรือ Leads ของแบรนด์เป็นอย่างมาก เกิด Influencer Marketing Agency ที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นมากมายเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่สนใจการตลาดน้องใหม่นี้

การเลือกคนที่ใช่นับเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้แคมเปญ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จ Influencer ที่มีความเกี่ยวข้อง สดใหม่ น่าเข้าหา และเหมาะสมกับทัศนคติ ค่านิยม รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์จะส่งผลดีเป็นอย่างมากให้ตัวแคมเปญ แน่นอนว่ากระบวนการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ดูเป็นเรื่องที่ยากและน่ากลัว มีหลากหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องพิจารณาระหว่างการค้นหา ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเรื่องที่ต้องคอยระวังอินฟลูเอนเซอร์บางคนที่ ปลอม อีกด้วย

สำหรับในวันนี้ พวกเรา Dgtl8 จะมาแนะนำวิธีการเลือก Influencer ผ่านเกณฑ์ทั้ง 9 ประการ ที่จะช่วยให้คุณสามารถเลือกคนที่ใช่ ตอบโจทย์แบรนด์และแคมเปญมากที่สุด จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

ตั้งเป้าหมายให้แคมเปญก่อน

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงกระบวนการการเลือกสรรอินฟลูเอนเซอร์หรือตั้งแคมเปญขึ้นมา คุณจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายให้แคมเปญก่อน คุณสามารถตั้ง Goal ได้หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างง่าย ๆ ให้ลองนึกถึงสิ่งเหล่านี้:

  • การรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness)
  • การผลิตคอนเทนท์ (Content Creation)
  • ยอดขายหรือยอดดาวน์โหลดแอพ (Sales / App Downloads)
  • จำนวนผู้ติดตาม (Subscribers / Followers)

ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่า คุณอยากให้แคมเปญคุณมุ่งเป้าไปในทิศทางไหน ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกใช้ Influencer ด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายคุณคือการสร้างสรรค์คอนเทนท์ที่แปลกใหม่ คุณคงอยากจะร่วมงานกับ Influencer ที่มีสกิลการตัดต่อวิดีโอ หรือถ่ายภาพ มากกว่าคนที่มียอดการเข้าถึงมาก แต่คุณภาพของคอนเทนท์งั้น ๆ การตั้งเป้าหมายให้กับแคมเปญก่อนเลือกตัวอินฟลูเอนเซอร์จะทำให้คุณมีโอกาสได้ร่วมงานกับคนที่มีส่วนช่วยผลักดันแคมเปญให้บรรลุเป้าหมายจริง ๆ

9 เกณฑ์การเลือก Influencer มีอะไรบ้าง

หลังจากตั้งเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องเลือก Influencer เพื่อมาทำ Influencer Marketing ตามที่คุณตั้งใจไว้ อย่าลืมว่า การใช้บุคคลอื่นช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ของคุณย่อมมีผลต่อภาพลักษณ์ที่ลูกค้าจะมองแบรนด์ ฉะนั้น การมองอย่างรอบคอบและตัดสินใจอย่างรอบด้านจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ในวันนี้เราจะมาดู 9 สิ่งที่คุณต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเลือก Influencer ที่เหมาะสมกับแบรนด์และแคมเปญของคุณ

1. กลุ่มผู้ชม / ผู้รับสาร (Audience)

ในการสื่อสารไปยัง Leads ของแบรนด์ แคมเปญจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่าหากแบรนด์ร่วมมือกับ Influencer ที่มีฐานผู้ติดตามและผู้ชมใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้แพลตฟอร์ม Influencer Marketing ต่าง ๆ เพื่อมองหา Influencer ที่มีผู้ชมในกลุ่มเพศ อายุ หรือลักษณะทางกายภาพอื่น ๆ ที่แบรนด์คุณต้องการ คุณจะมีโอกาสอย่างมากในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการ อีกวิธีที่เราแนะนำคือการวิเคราะห์จากเนื้อหาหลักของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น หรือคุณอาจลองติดต่อเขาโดยตรงเพื่อสอบถามรายละเอียดเหล่านี้

2. อัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate

อัตราการมีส่วนร่วม หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ Engagement Rate จะเป็นตัวชี้วัดว่ากลุ่มผู้ชมของอินฟลูเอนเซอร์มีอัตราการตอบโต้หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนท์ที่ผลิตโดยอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นอย่างไร อัตรา Engagement ที่สูงจะแสดงให้เห็นว่าว่าผู้ชมแคร์คอนเทนท์ต่าง ๆ ที่อินฟลูเอนเซอร์คนนั้นผลิตออกมาจริง ๆ

ส่วนวิธีการวัดอัตราการมีส่วนร่วมอย่างง่ายที่สุด คุณแค่ต้องใช้ยอดรวมการกดไลก์ แชร์ รีแอค (React) และการมีส่วนร่วมอื่น ๆ ทั้งหมดในหนึ่งโพสต์ แล้วนำมาหารด้วยจำนวนยอดผู้ติดตามของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น จากนั้นคูณด้วย 100 ซึ่งจำนวนที่ออกมานี้ ยิ่งตัวเลขออกมามาก ยิ่งหมายถึงอัตราการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมและคอนเทนท์มาก และเพื่อดูภาพรวมของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น คุณควรคิด Engagement Rate อย่างน้อย 10 คอนเทนท์ขึ้นไป

      [ Engagement Rate = (ยอดรวมการมีส่วนร่วมในหนึ่งโพสต์ ÷ จำนวนผู้ติดตาม) * 100 ]

นอกจากจะดูอัตราการมีส่วนร่วมแล้ว คุณควรเช็คด้วยว่าตัวอินฟลูเอนเซอร์มีการตอบกลับผู้ติดตามของพวกเขาเร็วมากน้อยเพียงใด จากสถิติ จะพบว่าคนที่สามารถตอบกลับคอมเมนต์ในโพสต์ได้ไว จะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ติดตามมากกว่า ในทางเดียวกัน ผู้ติดตามของเขาก็จะเกิดความรู้สึกที่ดี และมีแนวโน้มที่จะใส่ใจในแต่ละคอนเทนท์ที่ออกมาเช่นกัน

3. ความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ (Relevance)

ผลลัพธ์ที่ดีส่วนหนึ่งมาจากการที่แบรนด์ของคุณร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ากับแบรนด์ของคุณ ลองใช้เวลาสักนิดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของอินฟลูเอนเซอร์แล้วจินตนาการว่า ท่ามกลางคอนเทนท์ รูป โพสต์ต่าง ๆ ของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น หากมีสินค้าหรือบริการคุณอยู่ในนั้น จะดูเข้ากันหรือไม่ ลองนึกถึงโฆษณาบริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้านที่อยู่ในโพสต์ของอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นสายอาหารหรือเครื่องดื่มดูสิ อินฟลูเอนเซอร์ที่มีคอนเทนท์หลักเกี่ยวข้องกับแบรนด์จะทำให้ผู้ชมสนใจในสินค้าหรือบริหารของคุณมากกว่า ดังนั้น เมื่อร่วมงานกันแล้ว ก็มีโอกาสที่ผู้ชมจะมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกว่ากับโพสต์ของแบรนด์

4. ความน่าเชื่อถือ (Authenticity)

อินฟลูเอนเซอร์ที่มีลักษณะที่ดู เรียล มักจะได้รับการสนับสนุนอย่างดีโดยผู้ติดตาม อินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้สามารถสร้างความภักดีและความเชื่อมั่นในหมู่ผู้ชมได้ด้วยการโชว์ทักษะ ความสามารถ หรือการเป็นกูรูในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ด้านอาหาร การลงทุน หรือแฟชั่น อินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้จึงมักใช้การแชร์เรื่องราวส่วนตัว เทคนิค และคำแนะนำรวมอยู่ในโพสต์ของพวกเขาด้วย


เพื่อจะเช็คดูว่าพวกเขามีคุณสมบัติดังกล่าวไหม คุณสามารถลองไล่ดูคอนเทนท์ต่าง ๆ ที่อินฟลูเอนเซอร์โพสต์ ทั้งที่เป็นโพสต์ปกติและโพสต์ที่ได้รับการสนับสนุน ลองดูว่าแคปชั่นหรือคอนเทนท์เหล่านั้น สามารถบอกเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับผู้ชมหรือไม่ และหากเป็นโพสต์ที่ได้รับการสนับสนุน อินฟลูเอนเซอร์ควรสามารถบอกผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว วิธีใช้เป็นอย่างไร มีข้อดีตรงไหน และทำไมถึงต้องเป็นแบรนด์นี้


อีกวิธีการหนึ่งคือการดู Hashtag หรือ Mention ของแบรนด์ของคุณแล้วหาว่าอินฟลูเอนเซอร์คนไหนที่มีผู้ชมเป็นฐานลูกค้าคุณอยู่แล้ว การที่กลุ่มเป้าหมายรู้จักและสนใจแบรนด์ของคุณอยู่แล้ว จะทำให้การร่วมมือกันระหว่างตัวอินฟลูเอนเซอร์และแบรนด์คุณน่าเชื่อถือและดู เรียล นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้แบรนด์คุณทำ Remarketing ได้อีกด้วย

5. ค่านิยม / ทัศนคติ (Values)

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณควรเช็คก่อนจะจับมือร่วมทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์คือคำถามที่ว่า คุณและอินฟลูเอนเซอร์มีค่านิยมและทัศนคติที่ตรงกันหรือไม่ มันคงจะประหลาดน่าดูหากแบรนด์เนื้อแปรรูปของคุณใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นวีแกนทำ Influencer Marketing

สละเวลาสักนิด ลองดูหน้าโปรไฟล์ของตัวอินฟลูเอนเซอร์คร่าว ๆ รูป แคปชั่น และคอนเทนท์ส่วนใหญ่ในนั้นมักจะบอกไลฟ์สไตล์ของเขาได้ ดูว่าเขามีความชอบและไม่ชอบสิ่งไหน สิ่งเหล่านี้ตรงกับอุตสาหกรรมหรือตลาดที่ Leads ของแบรนด์คุณอยู่หรือไม่ โพสต์ต่าง ๆ ก็สามารถบอกได้เช่นกันว่าอินฟลูเอนเซอร์กำลังพูดถึงอะไรหรือมีความเชื่อในสิ่งไหน จากข้อมูลทั้งหมด จะทำให้คุณสามารถประเมินคร่าว ๆ ได้ว่าคอนเทนท์ที่เขาทำเป็นหลักมีประเภทหรือลักษณะไปในทางเดียวกับค่านิยมของแบรนด์คุณหรือไม่

6. คุณภาพของเนื้อหา (Content Quality)

ความพิเศษอย่างหนึ่งของการตลาดแบบ Influencer Marketing คือ แบรนด์สามารถให้อิสระกับอินฟลูเอนเซอร์ ให้พวกเขาสร้างคอนเทนท์ให้แบรนด์คุณโดยใส่ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไม่จำกัด แน่นอนว่าคอนเทนท์เหล่านี้คือภาพลักษณ์ส่วนหนึ่งของแบรนด์ คุณจึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าคุณภาพของคอนเทนท์ที่จะนำเสนออยู่ในระดับที่เหมาะสมกับแบรนด์คุณ หากคุณเป็นแบรนด์น้ำหอมระดับประเทศ การมีคอนเทนท์แบรนด์คุณภาพระดับโปรแกรม Paint คงจะดูไม่ดีต่อ Image ของแบรนด์แน่ ๆ ในขั้นตอนการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ คุณควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าคนที่คุณจะร่วมงานด้วยผลิตคอนเทนท์ที่มีคุณภาพ ชัดเจน มีการจัดวางหน้าที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถ Optimize ให้เหมาะสมกับ Algorithm ของแพลตฟอร์มได้ดี

7. ความบ่อย / ความถี่ในการออกเนื้อหา (Frequency)

อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้คุณภาพของคอนเทนท์คือความถี่ในการ Publish ของอินฟลูเอนเซอร์ เรามักพบว่า อินฟลูเอนเซอร์จะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมและทำให้พวกเขามีความภักดีได้ด้วยการโพสต์คอนเทนท์ที่ดี มีคุณภาพ และที่สำคัญ ต้องโพสต์เป็นประจำ หากบนหน้าโปรไฟล์ของอินฟลูเอนเซอร์ไม่มีคอนเทนท์อัพเดตนานกว่าเดือน คุณอาจจะต้องคิดหนักหน่อย

นอกจากนี้ คุณควรเช็คด้วยว่า อินฟลูเอนเซอร์คนนั้น มีอัตราการเผยแพร่คอนเทนท์ที่ได้รับการสนับสนุน (คอนเทนท์โฆษณาที่มาจาก Influencer Marketing ของแบรนด์อื่น) มากน้อยเพียงใด หากตัวอินฟลูเอนเซอร์ไม่สามารถบาลานซ์คอนเทนท์ตัวเองกับคอนเทนท์จากแบรนด์ได้ ความน่าเชื่อถือก็อาจน้อยลงได้เช่นกัน

ข้อสังเกตสำคัญคือ หากคอนเทนท์โฆษณาเหล่านั้นมีคอมเมนท์ในด้านลบมากจนเกินไป นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เพราะมันแสดงให้เห็นว่า อินฟลูเอนเซอร์อาจจะโพสต์คอนเทนท์โฆษณาเยอะมากจนเกินไป หรือพวกเขาไม่สามารถที่จะทำให้ผู้ติดตามเชื่อมั่นในแบรนด์ที่พวกเขากำลังโปรโมทให้อยู่ได้

8. ความรู้สึกพึงพาได้ (Reliability)

เพื่อให้การทำ Influencer Marketing ดำเนินไปได้ราบรื่นตามแผนและมีประสิทธิภาพ อินฟลูเอนเซอร์ที่คุณเลือกควรจะเป็นคนที่คุณรู้สึกพึ่งพาได้ ตัวอย่างง่าย ๆ คือ หากตัวอินฟลูเอนเซอร์ของคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยตรงต่อเวลา นั่นอาจทำให้กรอบเวลาที่ตั้งไว้เละไม่เป็นท่าได้

ความรู้สึกพึ่งพาได้ ในที่นี้หมายถึงการคุณสามารถไว้วางใจในตัวเขาได้ อินฟลูเอนเซอร์ที่ดีมักต้องตื่นตัวตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่คุณติดต่อเขาไป คุณควรใช้เวลาไม่นานเพื่อรอให้เขาตอบกลับคุณ หากเขาทิ้งข้อความของคุณไว้นานเป็นอาทิตย์ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า ตอนที่เริ่มทำงานจริง ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะตอบกลับช้าแบบนี้เช่นกัน

หนึ่งในคำแนะนำสำหรับเรื่องนี้ นอกจากการติดต่อกับตัวอินฟลูเอนเซอร์โดยตรงแล้ว คุณอาจลองอ่านกระทู้ หรือรีวิวอินฟลูเอนเซอร์ที่แบรนด์อื่น ๆ อาจประสบพบเจอในการร่วมมือในครั้งก่อนหน้า คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเพื่อรับมือกับปัญหาที่ต้องรอนานนับสัปดาห์กว่าจะรู้ผล

9. คุณภาพของผู้รับสาร (Audience Quality)

ในข้อสุดท้ายนี้ เราจะมาสอนคุณดูว่า อินฟลูเอนเซอร์คนไหน ของจริง หรือ ของปลอม กันแน่ หากคุณอยู่ในขั้นตอนการมองหาอินฟลูเอนเซอร์ คุณอาจเจอกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีบัญชีที่ดูมีพิรุจ หรือดูประหลาดผ่าน ๆ ตามาบ้าง พวกนี้มักจะมียอดผู้ติดตามหรือยอด Engagement Rate ปลอม ๆ เพื่อจะได้ไม่ตกหลุมพลางใหญ่นี้ ลองตรวจดูว่าอินฟลูเอนเซอร์เข้าข่าย 10 ข้อนี้หรือไม่

  • คอนเทนท์มีคุณภาพต่ำ สวนทางกับยอดผู้ติดตามที่เยอะผิดปกติ
  • มีการเผยแพร่คอนเทนท์น้อย แต่ยอดการมีส่วนร่วมและยอดติดตามเยอะ
  • Engagement Rate ไม่สมดุลกับ Followers
  • มียอดผู้ติดตามเยอะ แต่อินฟลูเอนเซอร์กำลังติดตามคนเยอะกว่า เช่น บนแพลตฟอร์ม
  • Instagram อินฟลูเอนเซอร์มีผู้ติดตาม 15,000 คน แต่ติดตามคนอื่นอยู่ 20,000 คน ตัวเลขที่น่าสงสัยนี้อาจมาจากการใช้กลยุทธ์ที่เรารู้จักกันในชื่อ แลกกันติดตาม หรือ ฟอลมาฟอลกลับ
  • หมายความว่าผู้ติดตามเหล่านี้ไม่ได้เป็นของจริง
  • คอนเทนท์น้อย / ไม่มีรูปโปรไฟล์ / ชื่อประหลาด / ใช้ Stock Image แทนรูปโปรไฟล์
  • พึ่งเข้าร่วมแพลตฟอร์ม แต่มียอดผู้ติดตามมากจนเกินเหตุ
  • ในคอนเทนท์ มีคอมเมนท์สแปม หรือข้อความซ้ำอยู่เยอะ
  • หลังโพสต์คอนเทนท์ มียอด Reaction หรือแชร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างน่าสงสัย

อย่างไรก็ดี พึงระลึกไว้เสมอว่า แม้คุณอาจจะเจออินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าค่ายตามข้อที่อยู่ด้านบน นั่นอาจไม่ได้หมายถึงพวกเขาปลอม คุณควรพิจารณาภาพกว้างอย่างถี่ถ้วนก่อนจะด่วนสรุป ตัวอย่างเช่น การที่อยู่ดี ๆ อินฟลูเอนเซอร์มีผู้ติดตามพุ่งขึ้นภายในเวลาไม่นานอาจเป็นผลมาจากการที่คอนเทนท์ของพวกเขาขึ้นไปอยู่ในหน้าแนะนำของแพลตฟอร์ม เช่น หน้า Discovery Page ของ Instagram หรือ หน้า #fyp บน Tiktok ก็ได้

สรุป

การทำ Influencer Marketing พึ่งพา Mindset แบบ Customer-centric marketing นั่นคือ คุณจำเป็นต้องรู้จักและเข้าใจกลุ่ม Leads ก่อน ถึงจะสามารถเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมได้ ข้อดีของการตลาดประเภทนี้คือการที่เราสามารถเจาะกลุ่มตลาดเป้าหมายได้โดยไม่ต้องเปลืองทรัพยากรเท่ากับการจ้าง Celebrity แล้วได้กลุ่มรับสารอื่นนอกเหนือจากกลุ่มที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณ

อย่างไรก็ดี เนื่องจากการมีกลุ่มผู้รับสารที่เฉพาะเจาะจง และ Production ส่วนใหญ่ อยู่ในฝั่งของอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่แบรนด์ นั่นทำให้การคัดเลือกคนที่จะมาเป็นหน้าตาของแบรนด์จึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถละเลยได้ การมี Criteria ที่ดีย่อมทำให้แบรนด์สามารถใช้ Influencer Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้ พวกเรา Dgtl8 หวังเป็นอย่างยิ่ง คอนเทนท์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครก็ตามที่กำลังมองหาแนวทางการทำการตลาดประเภทนี้ไม่มากก็น้อยครับ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำการทำการตลาดแนว Influencer Marketing หรือการตลาดแบบอื่น ๆ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลยครับ


Reference
https://influencermarketinghub.com/pick-the-right-instagram-influencer/
https://www.convinceandconvert.com/digital-marketing/5-tips-for-finding-the-right-social-influencers-for-your-brand/
 

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>