ช่วงนี้ถ้าใครได้เล่น Youtube บ่อย ๆ ก็คงจะสังเกตเห็นโฆษณาไอติมตัวหนึ่ง ที่ขยันมาขึ้นบนหน้าจอเราบ่อยเหลือเกิน และเมื่อเห็นโฆษณานี้ทีไร ก็รู้สึกลุ้นว่าจะเป็นตอนใหม่หรือเปล่าทุกที.. ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง โฆษณาสุดแปลกแหวกแนวของ ไอติม Nestlé Extreme Nama Peanut Butter  นั่นเอง อย่างที่รู้กันดีว่า การที่เราจะทำโฆษณาบนออนไลน์มีเดียไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตามนั้น เราจะต้องใช้งบในการกระจายโฆษณาแคมเปญนั้น ๆ ให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งหากคุณต้องการให้กลุ่มเป้าหมายของคุณเห็นโฆษณาบ่อย ๆ  ก็ต้องแลกมากับการจ่ายค่าโฆษณาที่มากขึ้น และยังมีค่าใช้จ่ายในค่าการทำคอนเทนท์โฆษณาอีก ด้วยเหตุนี้ทำให้เราสงสัยว่าทำไมเนสเล่ถึงทุ่ม Budget ในการทำการตลาดแบบนี้นะ ? และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เนสเล่ทำการตลาดรปแบบนี้ซะด้วย ถ้าลองมองย้อนกลับไปเราก็จะเจอกับซีรีส์โฆษณาของไอติมเนสเล่แต่ละรสชาติที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่า การทำการตลาดรูปแบบนี้มันจะต้องเวิร์คแน่นอน ! รู้สึกสนใจกันขึ้นมาแล้วล่ะสิ งั้นเรามาลองวิเคราะห์กันซักหน่อยดีกว่า ว่าทำไมการทำการตลาดรูปแบบนี้ถึงได้ผลและประสบความสำเร็จ ถึงเนสเล่จะมีซีรีส์โฆษณาไอติมหลายตัว แต่วันนี้เราจะขอเลือกวิเคราะห์จากซีรีส์โฆษณา Nestlé Extreme Nama Peanut Butter หรือเรียกสั้นๆว่าไอติมเนยถั่วสุดโปรดของเรานั่นเอง ซึ่งก่อนที่เราจะวิเคราะห์แคมเปญการตลาดนั้น ผู้เขียนอยากจะเริ่มต้นจากการวิเคราะห์กลุ่ม Target ของสินค้าชิ้นนี้กันก่อนนะคะ เริ่มจากการวิเคราะห์ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแคมเปญนี้กันก่อน จากการ research และหาข้อมูลแล้วพบว่ากลุ่มที่นิยมทานไอติมบ่อยที่สุดจะอยู่ในช่วงวัยรุ่น ที่อายุประมาณ 18-25 ปี

Read More