ทุกวันนี้ Content รายล้อมอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงแทบจะทุกหนแห่ง ตั้งแต่เราตื่นนอน เราเปิดโทรศัพท์มือถือเช็คอีเมลและความเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ พร้อมเปิดโทรทัศน์ฟังเล่าข่าว ก่อนจะเปลี่ยนไปฟังวิทยุระหว่างขับรถไปทำงาน บ่อยครั้งที่คอนเทนท์เหล่านี้ทำออกมาเพื่อจุดประสงค์ทางการตลาด หรือที่เรียกกันว่า Content Marketing เราเจอโพสต์โฆษณาน้ำดื่มบน Instagram หรือวิดีโอโฆษณาขายเสื้อเชิ้ตเด้งขึ้นมาบนฟีด Facebook ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในหลาย ๆ ครั้ง มันก็เป็นแค่โฆษณาส่งเสริมการขายปกติที่พวกเราทุกคนเองก็ดูออก แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมคอนเทนท์บางตัวที่ทำออกมาเพื่อโฆษณา ถึงดูไม่เหมือนโฆษณาเลย ทำไมโฆษณาประกันชีวิตบางตัวถึงต้องทำออกมาให้เหมือนหนังสั้นแทนที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์หรือโน้มน้าวใจเรา ทำไมเพจทางการของแบรนด์ขนมต้องโพสต์รูปบอกเทคนิคการทำแป้งแทนที่จะบอกโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นให้เราไปซื้อ ทำไมหนังสั้นบางเรื่องถึงจบด้วยโลโก้แบรนด์โทรศัพท์มือถือ มันดึงดูดให้ลูกค้าอย่างเรา ๆ ตัดสินใจอุดหนุนยังไง มันมีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้กลยุทธ์การทำคอนเทนท์เหล่านั้น

วันนี้ เราจะพามารู้จักกับ Content Strategy หนึ่งที่ชื่อว่า HERO HUB HELP โมเดลเพื่อการวางแผนคอนเทนท์ที่เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่คนทำแบรนด์ในปัจจุบัน บทความนี้จะช่วยคุณไขข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับการวางกลยุทธ์เพื่อการทำคอนเทนต์ในยุคดิจิตัล มันสำคัญยังไง มีข้อดีตรงไหน แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับแบรนด์ของคุณ

โมเดล HERO HUB HELP สำหรับ Content Marketing คืออะไร

HERO HUB HELP Strategy คือหนึ่งใน Content Strategy หรือกลยุทธ์การวางคอนเทนท์ เป็นโมเดลที่ถูกพัฒนาโดย Google เพื่อเหตุผลแรกเริ่ม คือการวางแผนการทำคอนเทนท์ให้วิดีโอบนแพลตฟอร์ม Youtube โดยโมเดลข้างต้นนี้ ก็ตามชื่อของมันเลย จะเป็นการแบ่งระดับของ Content Marketing ออกเป็นระดับ 3 ระดับ ไล่ตั้งแต่ HERO HUB และ HELP content ตามลำดับ ในแต่ละระดับก็จะมีรูปแบบคอนเทนท์ เนื้อหา และเป้าประสงค์ที่แตกต่างกันไป เรามาเจาะลึกกันว่า แต่ละระดับ แตกต่างกันอย่างไร

1. HERO Content ฮีโร่แห่งคอนเทนท์ สร้างการรับรู้

HERO Content คือคอนเทนท์ประเภทที่เราเรียกกันว่า go-big หรือ เล่นใหญ่ไว้ก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ Content Marketing ในโมเดลนี้ คอนเทนท์ประเภทนี้จะคล้ายกับโฆษณาบนโทรทัศน์ (TVC: Television Commercial) มักจะเป็นคอนเทนท์ประเภทที่จะกระโดดโลดเต้นเพื่อเรียกร้องความสนใจของผู้ชมให้กับแบรนด์มากที่สุด แบรนด์มักคาดหวังให้คอนเทนท์ประเภทนี้กลายเป็น Viral Content ที่เป็นที่สนใจในคนหมู่มาก ดังนั้น ในด้านของ เนื้อหา Production งบประมาณ และทรัพยากรที่จะใช้กับคอนเทนท์ระดับนี้ จึงสูงที่สุดเมื่อเทียบกับระดับอื่น ๆ ในโมเดล จึงไม่แปลกใจที่ Hero Content จะไม่ได้ออกมาให้ผู้ชมทั่วไปได้รับชมบ่อย ๆ โดยปกติแล้ว คอนเทนท์ประเภทนี้มักจะออกมาพร้อม ๆ กับ Event ประจำปีของบริษัท หรือการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยเนื้อหามักจะมีลักษณะเป็นการสร้างความบันเทิง (Entertaining) และสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiring) เพื่อให้เกิดการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) มากที่สุด ซึ่งการรับรู้นี้ แบรนด์มักจะใช้เพื่อเพิ่มจำนวน Leads (กลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ในอนาคต) และใช้ HUB และ HELP Content ในภายหลังเพื่อการส่งเสริมการตลาดและเปลี่ยน Leads มาเป็น Customers ให้แบรนด์ต่อไปในอนาคต หลาย ๆ แบรนด์เลือกทำคอนเทนท์แบบนี้กับ Production House ซึ่งมักจะตอบโจทย์กับคุณภาพของคอนเทนท์มากที่สุด

สรุปคุณลักษณะของคอนเทนท์ประเภท HERO

  • เป้าหมาย: กระตุ้นให้เกิด Brand Awareness ขนาดใหญ่ เพิ่มจำนวน Leads ให้แบรนด์
  • ผู้รับสาร: กลุ่มคนที่ไม่รู้จักแบรนด์ หรือไม่รู้ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือประโยชน์ที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ
  • ลักษณะของคอนเทนท์: สร้างความบันเทิง กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ เล่นกับอารมณ์
  • ต้นทุน: ใช้เงินและทรัพยากรเพื่อ Production มากที่สุด
  • ความถี่ในการเผยแพร่: ค่อนข้างน้อย มักเป็นเนื่องในโอกาสสำคัญ

ตัวอย่าง HERO CONTENT

1. Nationwide - “On your side for generations”

2. ไทยประกันชีวิต - “Unsung Hero”


2. HUB Content สร้างตัวตน ชี้ให้เห็นประโยชน์

HUB Content คือประเภทของคอนเทนท์ที่ยังคงมุ่งหวังให้เกิดการรับรู้ของแบรนด์คล้ายกับ HERO Content อย่างไรก็ตาม คอนเทนท์ประเภทนี้จะผลักดันข้อความหรือ Key Message ที่เน้นไปที่ คุณค่าหรือประโยชน์ที่แบรนด์ต้องการจะนำเสนอให้กับผู้รับสารกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสกลายเป็นลูกค้าของแบรนด์ หรือ Leads ที่แบรนด์ได้สร้างไว้จาก HERO Content นั่นเอง โจทย์สำคัญที่สุดของคอนเทนท์ประเภทนี้คือการเข้าใจผู้รับสารว่าต้องการอะไร มีปัญหาอะไร แล้วแบรนด์จะช่วยแก้ปัญหานี้ของพวกเขาได้อย่างไร และในขณะเดียวกัน ก็สอดแทรกความเป็นเอกลักษณ์หรือตัวตนของแบรนด์เข้าไปด้วย HUB Content จึงมีโอกาสที่จะทำให้ Leads เหล่านี้เกิดความสนใจหรือแม้กระทั่งความภักดีที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งอาจแสดงออกมาในรูปของยอดไลค์ แชร์ และผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้น คอนเทนท์ประเภทนี้ไม่ได้เล่นใหญ่ มากเท่ากับ HERO Content ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและทรัพยากร ดังนั้นแบรนด์จึงสามารถผลิต HUB Content ออกมาได้ถี่มากกว่า

หากแบรนด์ของคุณอยู่ในกระบวนการสร้าง HUB Content อีกหนึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการเลือกใช้ Call to Action (CTA) เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คอนเทนท์ในระดับนี้ มุ่งเน้นไปที่การทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เริ่มรู้จักหรือสนใจแบรนด์จาก HERO Content เข้าใจถึงความสำคัญ คุณประโยชน์ ตัวตนของแบรนด์ มีโอกาสผันตัวมาเป็นผู้ติดตามและลูกค้าในท้ายที่สุด ดังนั้น การมี CTA อยู่เป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนท์ย่อมกระตุ้นให้ผู้รับสารเกิดการ Take Action อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ปุ่มกดติดตาม สมัครสมาชิก สมัครรับข้อมูล หรือกดเพื่อเข้าสู่หน้าร้านค้า เครื่องมือ CTA นี้ จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์กับ Leads ที่รู้จักแบรนด์จาก HERO Content ได้อีกระดับหนึ่ง และนำไปสู่การสร้างความภักดีและเชื่อมั่นในตัวแบรนด์ต่อไปในอนาคต

สรุปคุณลักษณะของคอนเทนท์ประเภท HUB

  • เป้าหมาย: เพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) สร้างผู้ติดตาม กระตุ้นให้ Leads เห็นประโยชน์ และสร้างความภักดีให้แบรนด์
  • ผู้รับสาร: กลุ่มคนที่รู้จักหรือสนใจสินค้าหรือบริการของแบรนด์อยู่แล้ว ผู้ติดตาม / Leads
  • ลักษณะของคอนเทนท์: ชี้ให้เห็นคุณประโยชน์และตัวตนของแบรนด์ ตอบสนองความต้องการและความสนใจ กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม
  • ต้นทุน: ใช้เงินและทรัพยากรเพื่อ Production น้อยกว่า HERO แต่มากกว่า HELP
  • ความถี่ในการเผยแพร่: ค่อนข้างบ่อย อาจเป็นรายเดือน หรือรายสัปดาห์

ตัวอย่าง HUB CONTENT

1. Sliming World - “Living happy: My story”

2. Tesco Lotus - “ตั๊ก บริบูรณ์ กลับมาแล้ว ...กลับมาทำอะไร!?”


3. HELP Content ไขข้อสงสัย สร้างความน่าเชื่อถือ

HELP Content คือคอนเทนท์ประเภทที่แบรนด์ผลิตออกมาเยอะและบ่อย ที่สุด อาจเรียกได้ว่าเป็น Evergreen Content ที่สดใหม่เสมอ HELP Content ทำหน้าที่ในการตอบคำถาม และไขข้อสงสัยที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมี เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและมีความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดยิบย่อยของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งคอนเทนท์ประเภทนี้มักจะใช้เพื่อสนับสนุน SEO (Search Engine Optimization) พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งแบรนด์สามารถทำคอนเทนท์เพื่อตอบคำถามที่คนสงสัยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสทำให้เกิดการรับรู้ของแบรนด์จากการ Search หาข้อมูลมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้แล้ว HELP Content ยังมีประโยชน์ในแง่ของการสร้างความภักดีให้กับกลุ่มลูกค้าปัจจุบันอีกด้วย เพราะลูกค้าเหล่านี้จะสามารถหาคำตอบหรือความเข้าใจเกี่ยวกับแบรนด์ หรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จากคอนเทนท์ประเภทนี้ได้ ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ส่วนใหญ่ HELP Content มักจะเป็นประเภทที่ทำง่าย ย่อยง่าย เสพง่าย และใช้ต้นทุนต่ำ แบรนด์จึงสามารถออกคอนเทนท์ระดับนี้ได้ถี่มากที่สุด

ในหลาย ๆ ครั้ง คนทำแบรนด์มักมองข้ามความสำคัญของ Blog Post หรือเว็บไซต์ของแบรนด์ และสนใจแค่การผลิตคอนเทนท์เพื่อป้อนลงสื่อโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ดี HELP Content เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า การใช้ Blog Content ในการทำคอนเทนท์ประเภท HELP นั้น จะส่งผลดีเป็นอย่างมากต่อการรับรู้ของแบรนด์ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราเกิดความสนใจ สิ่งแรกที่อยู่ในหัวคือการค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine อย่าง Google หรือ Bing ดังนั้น การผลิต HELP Content บน Social Media เพียงอย่างเดียว จะทำให้แบรนด์หมดโอกาสในการสร้างการรับรู้จากกลุ่มเป้าหมายที่มาจาก Search Engine ได้มากเท่าที่ควร

สรุปคุณลักษณะของคอนเทนท์ประเภท HELP

  • เป้าหมาย: สร้างความน่าเชื่อถือ ไขข้อสงสัยให้ลูกค้า เพิ่มความภักดี กระตุ้นให้เกิดการ Take Action
  • ผู้รับสาร: กลุ่มลูกค้าปัจจุบันหรือผู้ติดตามของแบรนด์ กลุ่มคนที่ Search หาข้อมูลเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง
  • ลักษณะของคอนเทนท์: ให้ข้อมูลและรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ตอบคำถาม How-to วิธีการใช้ บริการหลังการขาย
  • ต้นทุน: ใช้เงินและทรัพยากรเพื่อ Production น้อยที่สุด
  • ความถี่ในการเผยแพร่: บ่อยมาก อาจเป็นรายสัปดาห์ หรือรายวัน

ตัวอย่าง HELP CONTENT

1. Samsung - “It's Time to Upgrade to Samsung GALAXY S5”

2. Tesco Lotus - “ขจัดคราบกาแฟในแก้ว”


HERO HUB HELP Content Strategy ดีอย่างไร

1. เป็นระบบ

การวางกลยุทธ์คอนเทนท์แบบ HERO HUB HELP ช่วยให้คุณสามารถจัดการเนื้อหาในรูปแบบหรือฟอร์มของการสื่อสารต่าง ๆ เพื่อการโฆษณาได้อย่างเป็นระบบ คุณสามารถประยุกต์นำเอาเป้าหมาย สไตล์ของ Production และข้อมูลมาใส่ในแต่ละระดับในโมเดลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมได้ง่าย และแม่นยำ ตอบสนองต่อเป้าประสงค์ ระยะเวลา งบประมาณ และทรัพยากรที่คุณมี โดยให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

2. ใช้ได้กับคอนเทนท์ทุกประเภท

โมเดลแบบ 3 ระดับนี้ สามารถใช้กับ Content Marketing ทุกประเภท ทุกรูปแบบ ทั้งวิดีโอ รูปภาพ โพสต์ หรือบทความ ทำให้คุณสามารถเล่าเรื่องและนำเสนอตัวตนของแบรนด์และสิ่งที่ต้องการสื่อได้ผ่านหลากหลายช่องทางและรูปแบบ

3. สร้างทั้งการรับรู้และความภักดี

การใช้ HERO Content จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงในวงกว้าง รวมถึงกลุ่มคนที่ไม่รู้จักแบรนด์ของคุณมาก่อน เปลี่ยน Leads ที่ได้มาเป็นฐานผู้ติดตามและลูกค้าที่แข็งแกร่งด้วยการสนับสนุนจาก HUB และ HELP Content กลุ่มลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ก็พร้อมที่จะช่วยสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ของแบรนด์ในอนาคตต่อไป เกิดเป็นวัฏจักรที่ยั่งยืนให้กับแบรนด์ของคุณ


ควรเลือกใช้คอนเทนท์ระดับไหนให้เข้ากับแบรนด์คุณ

เมื่อพูดถึงวิธีการ หรือองค์ประกอบในการสื่อสารตราสินค้านั้น ทุกคนคงเคยได้ยินมาว่า การสื่อสารที่ประสบความสำเร็จกับแบรนด์หนึ่ง เมื่อใช้กับอีกแบรนด์หนึ่ง อาจล้มเหลวไม่เป็นท่าก็ได้ นั่นคือความจริง เช่นเดียวกันกับการเลือกใช้โมเดล Content Strategy แบบ HERO HUB HELP นั่นคือ มันไม่มีสูตรที่ตายตัว และการเลือกใช้จะต้องขึ้นอยู่กับแบรนด์นั้น ๆ

หากบริษัทของคุณมีทรัพยากรมากเพียงพอ การเลือกใช้คอนเทนท์ทั้ง 3 ระดับผสมกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะทั้ง HERO HUB และ HELP นั้นเปรียบเสมือนเส้นทางที่ลูกค้าค่อย ๆ เดินทางร่วมกับแบรนด์ หรือที่เรียกว่า Customer Journey ตั้งแต่เริ่มรู้จัก สนใจ ติดตาม ใช้งาน พบเจอปัญหาและแก้ไขระหว่างการใช้ จนถึงใช้ซ้ำ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด

อย่างไรก็ดี หากแบรนด์ของคุณไม่ได้มีทรัพยากรมากเพียงพอที่จะจ้าง Production House หรือผลิตคอนเทนท์ระดับ HERO ได้ หรือไม่มั่นใจว่าจะสามารถ Go Viral ได้จนถึงระดับที่คุ้มค่าที่จะลงทุน การเลือกใช้ HUB และ HELP Content ที่มีคุณภาพก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน เพราะเพียงแค่สองระดับนี้ ก็มีศักยภาพมากพอที่จะดึง Leads เข้ามาสนใจและช่วยเหลือจนกลายเป็น Loyal Customer ได้แล้ว

หัวใจสำคัญที่สุดในการผลิตคอนเทนท์คือ ความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพราะถ้าเราสามารถนำตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้ นั่นก็คือการสร้างโอกาสให้พวกเขานึกถึงเราและทำให้เราเป็นทางเลือกหนึ่งของพวกเขาอย่างแน่นอน


สรุป

ในการคิดคอนเทนท์ขึ้นมาเพื่อการสื่อสารทางการตลาด ทุกอย่างต้องผ่านการกำหนดวัตถุประสงค์ วิเคราะห์ และวางแผนอย่างรัดกุมก่อนจะลงมือผลิต เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การใช้ Content Strategy ในรูปแบบ HERO HUB HELP โมเดลนั้น แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่การเล่นใหญ่จาก HERO เท่านั้นที่จะสามารถสร้างลูกค้าได้ หากไม่เกิดการสนับสนุนจาก HUB และ HELP คอนเทนท์ทั้ง 3 ระดับนี้ จะนำมาซึ่ง Customer Journey ที่สร้างความประทับใจที่มีต่อแบรนด์ให้แก่ลูกค้ามากที่สุด

ตอนนี้ทุกคนคงทราบแล้วนะครับว่า HERO HUB HELP Model คืออะไร และทำงานยังไง พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้ลองนำเอา Model นี้ไปวางแผนการทำ Content Marketing ให้แบรนด์ของตัวเองดูนะครับ สำหรับท่านที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง หรือสงสัยว่าการลงทุนทำคอนเทนท์ระดับนี้จะเวิร์คไหม พวกเรา Dgtl8 พร้อมช่วยเป็นที่ปรึกษาทั้งทางด้าน Content Marketing และ Content Production ให้กับแบรนด์ของคุณ โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ ที่นี่ เลย

ครั้งหน้าหากเจอวิดีโอหนังสั้นสุดซึ้งที่จบด้วยโลโก้เครื่องสำอาง ก็อย่าตกใจไปนะครับ 😁


Reference

https://www.aspectfilmandvideo.co.uk/services/help-hub-hero/ 

https://www.maxideastudio.com/blog/hero-hub-help-content/ 

https://www.marketingoops.com/media-ads/video/hero-hub-help/

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>