หลายคนทั่วโลกต่างกำลังค้นหาว่า Inbound Marketing ทำงานได้อย่างไร 

เพราะเราได้กล่าวถึงเหตุผลไปแล้วว่าทำไมใครๆ ถึงเลือกใช้ Inbound Marketing ในบท Inbound Marketing คืออะไร ดังนั้นในบทความนี้กำลังจะกล่าวถึงกลไกของการตลาดและวิธีการที่จะดึงผู้ชมใหม่ๆ เข้ามายังเว็บไซต์ รวมไปถึงวิธีที่จะดึงเอาผู้ชมเหล่านี้ให้มาเป็นลูกค้าได้อย่างไรนั่นเอง

คุณจะต้องแปลกใจแน่ๆว่า วิธีการทำ Inbound Marketing แท้จริงนั้นไม่มีเทคนิคตายตัว บอกเลยว่าคุณไม่จำเป็นจะต้องถามถึงวีธีการเขียนคอนเทนต์อย่างไรให้น่าสนใจ หรือถามถึงวิธีการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่น่าจดจำ จริงๆแล้วสิ่งเหล่านั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญแต่ยังห่างไกลกับความลับเทคนิคสุดยอดที่เรากำลังจะบอกคุณ!

กระบวนการทำงานแบบ การตลาดเชิงบูรณาการ (integrated marketing) นี่แหละที่เป็นเทคนิคขั้นสุดยอดของมาร์เก็ตติ้ง ไอเดียของการทำการตลาดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยแม้แต่นักการตลาดแบบดั้งเดิมก็ยังรู้ว่าเทคนิคนี้แหละที่จำเป็นต้องใช้ วิธีการก็คือการนำเอาเทคนิคหลายๆอย่าง เช่น การทำSEO ให้ลูกค้าเขามาในเว็บ หลังจากนั้นทำการเก็บdata แล้วใช้dataนั้น มา Retarget เพื่อปิดการขาย นี่คือตัวอย่างของการใช้หลายๆ เทคนิคไปพร้อมๆกัน แต่การทำการตลาดเชิงบูรณาการนั้นจะต้องอ้างอิง Data ที่มีอยู่จริงเท่านั้นจึงจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สามารถนำไปปรับปรุงกลยุทธ์ต่อไปได้ในอนาคต

การจะทำให้ถูกต้องนั้น เราจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ก่อนการใช้เทคนิค ซึ่งวิธีการคิดนี้เชื่อว่าอาจจะมีบางคนที่ไม่เห็นด้วย แต่จากประสบการณ์ของการทำการตลาดแบบ Inbound ให้ลูกค้านั้น แสดงให้เห็นว่าการวางกลยุทธ์ให้เฉียบขาดก่อนที่จะเริ่มทำระบบ Inbound Marketing นั้นจะส่งให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี เพราะหากขาดการวางกลยุทธ์ก็เหมือนกับการอบเค้กโดยไม่มีสูตร เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นเชฟ ระดับท็อป เพราะความเสี่ยงที่จะล้มเหลวจากการทำโดยไร้สูตรนั้นมีอยู่สูงเลยทีเดียว

Marketing Automation 

คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและผลลัพธ์นั่นเอง ในอดีตเรื่องการตลาดนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องของหลักการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในทุกๆวัน เรารับข้อมูลจากบทความ เว็บไซต์ การเรียงลำดับของคีย์เวิร์ด แคมเปญอีเมลทั้งหลาย การแปลงเป็นผลลัพธ์ของหน้า landing page หน้าใดหน้าหนึ่ง ข้อมูลดังกล่าวนั้นทำให้เราได้รู้ถึงผลลัพธ์ว่าช่องทางไหนโดดเด่นกว่า และเรายังรู้ได้แบบ real time อีกด้วย

เป้าหมายและกระบวนการสำคัญกว่าแบรนด์ดิ้ง เพราะการพยายามยัดเยียดชื่อแบรนด์ของคุณให้เป็นที่จดจำของลูกค้าหรือการพยายามทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัดจนติดตลาด นั้นเป็นวิธีการที่เป็นฝันร้ายของนักการตลาดหลายๆคนในอดีต แต่วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การเพิ่มฐานลูกค้าให้มากที่สุด เพราะว่าในโลก Inbound Marketing เราสามารถวัดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยการใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อที่จะดึง Data ออกมาแล้วนำมาสร้างเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด แทนที่จะใช้วิธีการตะโกนชื่อแบรนด์เราออกไปเพื่อหวังให้แบรด์ติดตลาดแล้วหวังว่าจะมีใครสักคนโทรมาหาคุณ เพราะ “ความหวัง” ไม่ใช่หนึ่งในกลยุทธ์นั่นเอง

วิธีการ Inbound Marketing ต้องใช้ Tools Automation เข้ามาช่วย ใน2-3 ปีที่ผ่านมาการตลาดมีแนวโน้มจะซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนอยู่แล้วล่ะว่าคุณสามารถซื้อซอฟต์แวร์เพื่อจัดการงานการตลาดทั้งหลาย เช่น อีเมล และการพัฒนาหน้า landing page แต่หากอยากสร้างผลลัพธ์อันมหาศาล คุณจำเป็นที่จะต้องมองหาเครื่องมือ Inbound Marketing แบบอัตโนมัติ เพราะมันเป็นเรื่องที่มีแบบแผน ต้องวัดผลได้ และต้องทำแบบเดิมซ้ำๆ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วย


ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพวกเขาเหล่านั้น ไม่เกี่ยวกับคุณเลย ไม่ว่าคุณจะทำการตลาดแบบ Inbound หรือไม่ คุณจำเป็นที่จะต้องเขียนคอนเท้นต์ที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าของคุณ เพราะหากคุณมัวแต่พูดถึงเรื่องตัวเองแล้วนั้น ลูกค้าอาจจะไม่สนไม่แคร์เกี่ยวกับแบรนด์คุณ เขาจะสนใจเรื่องที่ว่าคุณจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไรมากกว่า

วิธีการนี้เป็นวิธีการทางการตลาดที่ดีที่สุด เหมือนกับที่เราได้กล่าวไปข้างต้นไว้ว่า Inbound Marketing นั้นคือเครื่องมือที่เน้นไปที่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เมื่อเรานำเทคนิคหลายๆเทคนิคมาผสานรวมกันเราสามารถสร้างเป็นกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและสร้างวิธีการเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ได้แบบก้าวกระโดดเป็นเดือนต่อเดือนหรือเป็นปี

Inbound Marketing นั้นเป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดด เมื่อคุณมี Inbound Marketing และ inbound sale ธุรกิจของคุณจะสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากคุณสามารถวัดผลลัพธ์ได้และนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากอยากได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น คุณควรนำระบบ Inbound ไปปรับใช้ในกระบวนการการทำงานของคุณ

เวลา VS ผล

Inbound เป็นระบบที่คุณสามารถรู้ผลลัพธ์หรือเปลี่ยนแปลงได้แบบวันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ หรือเดือนต่อเดือน ท้ายที่สุดแล้ว คุณก็จะได้รู้ข้อมูลเชิงลึกว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ดีหรือไม่ดี ไม่ใช่ว่าคุณทำแคมเปญนี้ 3 เดือน แล้วคุณค่อยรู้ผลลัพธ์ตอนจบแคมเปญ มันตรงกันข้ามมันเป็นแคมเปญที่ใช้เวลาทำในทุกๆวันเสียมากกว่า วิธีการทางการตลาดนี้ คุณสามารถเช็คผลลัพธ์จากสมาร์ทโฟนของคุณได้เลยว่ามีผู้เข้าชมกี่คน คนให้อีเมลกับคุณกี่คน แหล่งที่มาของผู้ชมมาจากไหน ผลลัพธ์ของบล็อกและอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทำให้พวกเราสามารถปรับเปลี่ยนคอนเท้นต์หรือโพสกันได้แบบรายวันหรือรายสัปดาห์ เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ชมหรือทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ได้ที่สุด ดังนั้นพอสิ้นสุดแคมเปญเราก็จะประสบความสำเร็จแบบที่ตั้งใจไว้

หาก Inbound Marketing ไปได้ดีมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ของคุณก็จะไปได้มากขึ้นเช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมใครหลายๆคนจึงเลือกใช้วิธีการทางการตลาดนี้ หากทำได้ดีมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งล่นระยะเวลาประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้นและใช้งบประมาณที่น้อยลง นั่นหมายความว่าคุณก็จะทำเงินได้เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

มากไปกว่านั้น หากโปรแกรมของคุณพัฒนาขึ้นแล้วนั้น มันก็จะง่ายที่คุณจะเข้าถึงเป้าหมาย และเมื่อคุณมีฟอลโลเวอร์ 15,000 คนและคุณโพสต์บทความในบล็อกของคุณแล้วนั้น คุณก็สามารถคาดเดาได้เลยว่าผลลัพธ์ที่มีก็ต้องมีมากกว่าบล็อกที่มีคนติดตามเพียงแค่ 150 คนนั่นเอง

Inbound Marketing เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา สำหรับเคล็ดลับที่จะบอกก็คือ เริ่มทำเลยค่ะวันนี้ เพราะยิ่งเริ่มเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะเริ่มเห็นผลไวมากขึ้นเท่านั้น พยายามใช้เทคนิคที่กล่าวมาทั้งหลาย เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้น อาจจะมากเกินที่คุณตั้งไว้อย่างไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ

pandeyvishanu@gmail.com


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>