ในสมัยนี้ หลาย ๆ แบรนด์กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation เปลี่ยนหน้าร้านให้มาอยู่บนเว็บ มีการเก็บข้อมูลและช่องทางการติดต่อออนไลน์ มีโซเชียลมีเดียและบริการส่งพัสดุแบบที่อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่างครบจบบนอินเตอร์เน็ต ดังนั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องมีการสร้างหน้าเว็บที่สวยงามน่าดึงดูดเพื่อให้ลูกค้าเข้ามารับชมสินค้า มารู้จักกับแบรนด์

การจัดหน้า Landing Page จึงเป็นอีกหนึ่งสกิลสำคัญที่หลาย ๆ แบรนด์ที่กำลังทำเว็บต้องศึกษาให้ดี เพราะไม่ใช่แค่ว่าหน้าเว็บสวยงามแล้วจะทำให้ลูกค้าชอบ และแม้ว่าลูกค้าชอบ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนพวกเขาให้กลับมาใหม่ได้ กลยุทธ์การจัดวางหน้ามีอะไรมากกว่าที่คุณคิดมากมาย และเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะสามารถเอาชนะคู่แข่งที่มีความรู้นำหน้าคุณอยู่หนึ่งก้าว

ในวันนี้ พวกเรา Dgtl8 จะมานำเสนอการเคล็ด (ไม่) ลับในการจัดวางหน้าเพจของคุณผ่านกระบวนการและเอฟเฟกต์ทางจิตวิทยาต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณดึงนำเอาประสิทธิภาพที่ดีที่สุดออกมาจากหน้าเพจ หากคุณเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังพัฒนาแบรนด์ให้เข้ากับ Digital Transformation ในยุคนี้ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ รอช้าอยู่ทำไม ไปกันเลยครับ

Landing Page สำคัญอย่างไรในยุค Digital Transformation

ก่อนจะไปลงลึกการจัดวางหน้าให้ดี เรามารู้จักกับคำว่า Landing Page กันก่อน จริง ๆ แล้วคำว่า Landing Page ถ้าแปลแบบตรงตัวจะหมายความว่า หน้าเว็บไซต์ที่คนเข้ามาถึงเป็นหน้าแรก หน้าที่ผู้คน Land ลงมานั่นเอง (นึกถึงเวลาเครื่องบิน Landing ดูครับ) แต่ถ้าเป็นความหมายในเชิง Online Marketing แล้ว Landing Page จะหมายถึง หน้าที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อตอบรับกับจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เพื่อให้รู้จักแบรนด์ เพื่อให้ติดตาม หรือเพื่อให้ซื้อสินค้า

ซึ่งแน่นอนว่า หน้าเว็บไซต์ที่สำคัญขนาดนี้จะต้องมีการจัดวางที่ดีและน่าดึงดูด เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม นอกจากนี้แล้ว ภาพลักษณ์ของแบรนด์ยังแสดงออกผ่านการจัดหน้าที่สวยงาม อ่านง่าย สบายตาอีกด้วย ว่ากันว่าหน้า Landing Page นี่แหละที่จะเป็นจุดที่ทำให้ Leads ของแบรนด์พัฒนามาเป็นลูกค้าได้มากที่สุด จนหลาย ๆ แบรนด์ต้องวิ่งหาบริษัทที่รับจ้างทำเว็บไซต์กันเลยทีเดียว

แต่อย่างที่บอกไป การที่หน้าเว็บเพจสวยเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าคุณจะได้ Leads ที่คุณมองหาอยู่ บางคนอาจจะเข้ามาอ่านแล้วก็รู้สึกดีแล้วก็จากไป กลยุทธ์การวางหน้าเว็บมันจึงมีอะไรมากกว่านั้น ในบทถัดไปเราจะมาดู 4 เทคนิคสำคัญที่จะช่วยดึงดูดให้เว็บคุณหน้าสนใจ หน้าอ่าน แถมยังสร้าง CTA ได้แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินโฆษณาเลย (ก็เป็นเว็บตัวเองอยู่แล้วนี่!) ไปดูกันครับว่าจะมีอะไรบ้าง

4 เทคนิคการวาง Landing Page

1. จัด Element ในหน้าให้ถูกต้อง

ให้พูดตรง ๆ แล้ว การจัดวาง Landing Page ก็เหมือนการเอาอิฐมาต่อเป็นบ้าน บ้านจะแข็งแรงหรือจะพังลงมาก็อยู่ที่ว่าเราสามารถจัดวางได้เหมาะสมแค่ไหน ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ หากปุ่ม CTA มาช้าเกินไป คุณอาจไม่ได้ Action ที่หวังไว้ หรือหากหน้าผู้จัดทำขึ้นมาก่อนจะจบบทความ คนอ่านก็คงออกเว็บไปก่อนเป็นแน่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการจัด Element ที่ดีจึงเป็นหัวข้อแรกของเราในวันนี้


Primacy Effect - เราจำอะไรก็ตามที่มาก่อน

ลองนึกถึงสิ่งนี้ตามผมพร้อมกันแบบเร็ว ๆ นะครับ “โลโก้ร้านชานมไข่มุก” - มีใครที่นึกถึงโลโก้รูปเสือพ่นไฟเหมือนผมบ้างไหมครับ รู้ไหมครับ ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ทุกคนลองคิดตามไปพร้อมกันนะครับ เวลาที่เราเดินผ่านร้านชานมไข่มุกเสือพ่นไฟ เราเห็นอะไรก่อนครับ แก้ว พนักงาน หรือโลโก้รูปเสือ? ที่รูปโลโก้เด่นขึ้นมาเป็นอันดับแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ ที่เป็นแบบนี้เพราะการจัด Layout ของหน้าร้านเขาตั้งใจใช้ Logo เป็นจุดเด่นและเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าทุกคนจะเห็นก่อนอย่างอื่น ก่อนตัวสินค้าหรือพนักงานเสียอีก การที่ใช้โลโก้มาก่อนมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้คนจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้นผ่านสัญลักษณ์เดียว

ด้วยคอนเซปท์ของ Effect นี้ ง่าย ๆ เลยครับ นั่นคือ เรามักจะจำอะไรก็ตามที่มาก่อน ซึ่งพอมาเป็นเรื่องของหน้าร้านค้าออนไลน์แล้ว เราสามารถนำเอฟเฟกต์ทางจิตวิทยานี้ไปใช้กับการวาง Landing Page ได้ด้วย โดยวางอะไรก็ตามที่สำคัญไว้อันดับแรก เช่น หัวเรื่อง (Headline) รูปภาพน่าดึงดูด (Graphic) หรือวิดีโอที่น่าจดจำ (Video) แต่จำไว้ดี ๆ ว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดความน่าจดจำของ Landing Page ฉะนั้น จงเลือกให้ดี

Recency Effect - เราจำอะไรก็ตามที่มาล่าสุด

แน่นอนว่าเอฟเฟกต์นี้อาจจะดูขัด ๆ กับอันก่อนหน้าไปหน่อย แต่ความจริงแล้ว เอฟเฟกต์นี้อธิบายได้ผ่านนิสัยที่ชอบหาทางลัดของมนุษย์เราครับ ลองจินตนาการว่าเพื่อนคุณกำลังขอคำแนะนำหนังสนุก ๆ คุณคงมีโอกาสจะเลือกหนึ่งในหนังดี ๆ ที่คุณพึ่งไปดูมาเมื่อเร็ว ๆ นี้มากกว่าหนังที่คุณดูไปเมื่อหลายปีที่แล้วแน่ ๆ

เอฟเฟกต์นี้มักจะมาพร้อม ๆ กับ Primacy Effect ครับ ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่มาอันแรกสุดเท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่ท้ายสุดก่อนจะจบมักจะสำคัญที่สุดเช่นกัน ดังนั้น เวลาวางหน้า Landing Page พยายามจบด้วยอะไรก็ตามที่โดดเด่นและตรึงใจ ขอแนะนำเล็กน้อยว่าทุกครั้งคุณควรจบด้วย Call to Action เสมอ เพราะมันจะทำให้ User ไม่ลืมว่า ขั้นตอนต่อไปต้อง Take Action อะไรต่อกับแบรนด์หรือแคมเปญของคุณ

Von Restorff Effect (วอน เรสตอฟ เอฟเฟกต์) - เราจำอะไรก็ตามที่โดดเด่นกว่าเพื่อน

หากผมให้เลือกหนึ่งคำจากกลุ่มคำนี้ “รถ, เครื่องบิน, เรือ, ไอแพด, รถไฟ” ผมเดาว่าแทบทุกคนจะต้องตอบว่า ไอแพด อย่างแน่นอน คำอธิบายง่าย ๆ ก็เพราะมัน โดดเด่น กว่าตัวเลือกอื่นยังไงล่ะ

มีหลากหลายวิธีที่เราจะสามารถประยุกต์เอฟเฟกต์นี้ให้เข้ากับ Landing Page ครับ แต่หากเอาวิธีที่เบสิคที่สุด เวลาที่คุณกำลังลิสต์อะไรสักอย่างอยู่ ให้ใส่รูปประกอบที่โดดเด่นในข้อที่อยากให้คนสนใจมากที่สุด หลักการของ Von Restorff Effect คือการเลี่ยงความจำเจ หลังจากอ่านจบบทความนี้แล้วคุณอาจจำเอฟเฟกต์นี้ได้ขึ้นใจเพราะชื่อเยอรมันที่ประหลาด ๆ ของมันก็ได้นะ

2. มีจำนวนตัวเลือกที่เหมาะสม

มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดครับ เราต้องการตัวเลือก แต่ในหลาย ๆ ครั้ง เรากลับตัดสินใจแย่ ๆ ตรงข้ามกับอิสระในการเลือกที่เราได้รับ เคยไหมครับ พอมองย้อนกลับไปก็นึกเสียดาย อุตส่าห์มีตัวเลือกแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าอีกตัวเลือกดีกว่า น่าจะย้อนเวลากลับไปได้ เรามาดูกันครับว่า แล้วกับ Landing Page ล่ะ เราจะสามารถใช้ประโยชน์จากการให้ตัวเลือกหรือไม่

เราชอบมีหลายตัวเลือก

คอนเซปท์พื้นฐานที่เราทุกคนรู้แน่นอนคือ มีตัวเลือกเยอะย่อมดีกว่า ซึ่งการมี Option ทำให้เรารู้สึกสบายใจ เวลาที่เราได้เลือก เรารู้สึกว่าสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ ดังนั้น เวลาดีไซน์ Landing Page จงทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบายใจไว้ คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการให้ตัวเลือกบริการ ตัวเลือกสินค้า หรือกระทั่งการเพิ่มช่องทางการชำระเงิน จงให้ Leads ของคุณเลือกเยอะ ๆ เพราะนั่นจะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การ convert lead to customer ให้คุณได้

แต่ควรระวัง เพราะการมีตัวเลือกมากเกินไปไม่ใช่สิ่งที่ดี

ลองนึกภาพแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ขายตุ๊กตาแมวมากกว่า 1,000 แบบที่ดู ๆ แล้วก็ไม่เห็นมันจะต่างกันตรงไหนดูสิ น่าปวดหัวใช่ไหมล่ะ การมีตัวเลือกเยอะแบบนี้มีผลให้ความสามารถในการตัดสินใจของเราทำงานได้ไม่เต็มที่ แน่นอน เราชอบการมีตัวเลือก แต่ตัวเลือกมากไปไม่ใช่เรื่องดีแน่

เวลาจัดวาง Landing Page คุณควรจัดเนื้อหาภายในให้เป็นหมวดหมู่ เช่นจัดสินค้าชนิดเดียวกันให้อยู่ในช่องเดียวกัน หรืออาจโชว์แค่สินค้าใหม่ราคาพิเศษ อย่ารู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้โชว์สินค้าทั้งหมดของตัวเอง การมีตัวเลือกที่มากเกินไปอาจทำให้คนกดออกไปจนไม่ทันได้ขายเลยก็ได้

ให้สังคมช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุด

แน่นอนว่าการเลือกย่อมมาควบคู่กับการฟังคำแนะนำ ลองนึกถึงโฆษณาแปรงสีฟันที่ทันตแพทย์ 9 จาก 10 คนแนะนำดูครับ การเลือกตามคนอื่นมักเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดและเราก็สามารถนำมาใช้กับ Landing Page ได้ด้วย การมีเครื่องหมายเล็ก ๆ บนสินค้าว่า ขายดี หรือ Our Choice มักทำให้คนเลือกซื้อมากกว่าสินค้าทั่วไป วิธีชี้นำแบบนี้สามารถเห็นได้ทั่วไปตามแพลตฟอร์ม e-Commerce

3. เลือกตั้งราคาให้ดี

ราคาเป็นสิ่งที่ดูเบสิคที่สุดในการตลาด แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีความซับซ้อนมากที่สุดเช่นกัน คุณอาจเคยได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับการตั้งราคาที่ดี หาเป็นเปอร์เซนต์ ดูจากคู่แข่ง ฯลฯ แต่ใครบ้างจะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว เคล็ดลับการตั้งราคาที่แม้แต่คู่แข่งของคุณก็ไม่เคยรู้มาก่อน ซ่อนอยู่ภายใต้จิตวิทยานี่เอง

Anchoring Effect - เอาราคาสูงไว้ลำดับแรก

หากลองย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน เราอาจใช้มือถือในราคาหลักพันกัน แต่เคยสังเกตไหมว่า ทำไมอยู่ดี ๆ ทุกวันนี้มือถือที่เราใช้ราคาถึงขึ้นมาอยู่หลักหมื่นกันหมด ด้วย Anchoring Effect เรามักเห็นมือถือหลักหมื่นเป็นเรื่องปกติ ทั้ง ๆ ที่คงมีน้อยคนที่จะยอมจ่ายราคานี้เมื่อหลายปีก่อน

เราสามารถใช้เอฟเฟกต์นี้กับ Landing Page ได้ง่าย ๆ เช่น หากคุณกำลังเสนอขายแพลน Subscription ให้เอาราคาที่แพงที่สุดไว้ลำดับแรก จากนั้นตามด้วยราคาที่ถูกลงตามลำดับ คนที่เห็นจะเอาราคาแรกเป็นมาตรฐานในใจ เมื่อเห็นราคาที่ถูกลงภายหลัง จึงรู้สึกคุ้มค่าเพราะนำไปเทียบกับมาตรฐานที่ตั้งไว้ในตอนแรก

Loss Aversion Principle - คนเราเกลียดความพ่ายแพ้

คุณกำลังเล่นเกมในวันหยุดตอนบ่าย ๆ อยู่ในบ้านตัวเอง ในเกมแรกคุณกับเพื่อนสามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้ไม่ยาก คุณคงรู้สึกดีใช่ไหมครับ แต่พอถึงเกมที่สอง สถานการณ์เริ่มตึงเครียด สุดท้าย คุณและเพื่อน ๆ ก็พ่ายแพ้ไปแบบเชียดฉิว คุณคงหัวเสียน่าดู คราวนี้ ผมอยากให้คุณลองคิดดูว่า ความรู้สึกดีที่คุณชนะตาแรก มันเทียบได้ไหมกับความรู้สึกเมื่อพ่ายแพ้ ผมเดาว่าการแพ้มันเจ็บปวดกว่าเยอะใช่ไหม

พวกเราทุกคนชอบการเอาชนะ แต่เราเกลียดความพ่ายแพ้มากกว่า ผมมั่นใจว่าเราจะยอมชนะเพียงน้อยครั้งเพื่อแลกกับโอกาสในการหลีกเลี่ยงที่จะแพ้

หลักการนี้สามารถนำไปใช้ได้กับ Landing Page เช่นกัน โดยปกติแล้ว เรามักอธิบายข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นที่ Leads จะได้รับเมื่อใช้สินค้าหรือบริการของเรา แต่ในทางจิตวิทยาแล้ว คุณอาจลองเริ่มจากอธิบายถึงปัญหาที่รบกวนจิตใจ Leads อยู่ ขยี้ Pain Point ซ้ำว่าพวกเขากำลังพ่ายแพ้ให้กับบางอย่าง (เช่น แพ้ให้กับอากาศร้อน แพ้ให้กับเวลาที่มีน้อยในแต่ละวัน ฯลฯ) จากนั้นก็เสนอสินค้าของคุณ ที่จะช่วยให้พวกเขาเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้นั่นเอง

Contrast Effect - แตกต่างนิด ๆ ทำให้โดดเด่น

มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ว่าทำไมปุ่ม CTA ส่วนใหญ่ถึงใช้สีไม่เหมือนกับสีพื้นหลังเว็บและสีตัวอักษรอื่น ๆ หรือเหตุผลว่าทำไมป้ายคำว่า ลดราคา ถึงต้องเป็นสีสว่างกว่าคนอื่น ๆ บนเว็บ นั่นก็เพราะสีที่โดดเด่นกว่าเพื่อนมักจับความสนใจของเราครับ ใน Landing Page จงใช้สีสว่างเพื่อดึงดูดสายตาคนไปหาสิ่งที่ต้องการเน้น เช่นปุ่มกดติดต่อเรา แนะนำว่าใส่กรอบสักนิด ใส่เงาสักหน่อย เด่นกว่าเพื่อนแน่นอน

4. ยิ่งง่าย ยิ่งมี Action

มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจ แต่ช้าก่อน นั่นไม่ใช่ความผิดเราหรอก เราแค่มีกลไกร่างกายที่ออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานแค่นั้นเอง เราใช้เวลาเพียงชั่วขณะเพื่อประเมินและตัดสินใจ มีหลายครั้งที่เราปล่อยให้เรื่องง่าย ๆ เข้าควบคุมการตัดสินใจของเรา มาดูกันว่า เราจะสามารถเอาคุณลักษณะนี้มาใช้กับการขายบน Landing Page ได้หรือไม่

เนื้อหาอ่านง่ายดึงดูดมากกว่า

หากคุณต้องขอดูโน๊ตที่เพื่อนจดในวันที่คุณไม่มาเรียน คุณคงจะเลือกอันที่อ่านง่ายและเป็นระเบียบมากกว่าอันที่ลายมืออ่านยาก แถมแต่ละหัวข้อดูมั่วปนกันไปหมดแน่นอน ในการออกแบบ Landing Page คุณควรจัดคอนเทนท์ให้อ่านได้อย่างราบรื่น จบเนื้อหาหนึ่งแล้วขึ้นอีกเนื้อหาหนึ่ง ต่อเนื่องยาวจนถึงจุด CTA ด้วยกระบวนการคิดของเรา เรามักเลือกสิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับเรา การวางเพจจึงต้องอ่านง่ายและไหลลื่น

ใช้สัญลักษณ์ชี้ทาง

เทคนิคการใช้สัญลักษณ์นี้เล่นกับความขี้เกียจของคนเป็นอย่างมาก สมองของเราถูกออกแบบมาให้เรามองตามลูกศร ตามทิศทางที่คนอื่นมอง หรือสัญญะต่าง ๆ เช่น เวลาที่เรากำลังทำงานกลุ่มอยู่กับเพื่อนแล้วใครคนหนึ่งมองออกไปทางหน้าต่าง เราคงอดไม่ได้ที่จะต้องมองตามใช่ไหมครับ

ในการดีไซน์ Landing Page ลองใช้ลูกศร หรือวาง Element ต่าง ๆ ให้ชี้ไปยังจุดต่าง ๆ ที่คุณอยากให้คนอ่านต่อ บางทีคุณอาจใช้รูปภาพที่มีคนกำลังมองไปทางอื่นก็ได้นะ

เห็นไหมครับ รูปนี้กำลังทำให้คุณมองตามไปในทิศทางที่ผมอยากให้มองอยู่

Halo Effect - ความประทับใจแรกสำคัญ

นี่คือข้อที่เบสิคที่สุด แต่กลับสำคัญที่สุดครับ หากเว็บไซต์ของคุณสวยงาม ดูเป็นมืออาชีพ เรียบร้อย คนจะมองว่าคุณเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำอยู่ตั้งแต่เห็น Landing Page ก่อนที่จะเริ่มต้นติดต่อคุณเสียอีก First Impression เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะกำหนดมุมมองที่คนอื่นคิดกับเราก่อนจะรู้จักเราจริง ๆ ดังนั้น ในทุก ๆ Landing Page ของคุณต้องดูดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ครับ

สรุป

การจะตัดสินว่า Landing Page นี้เป็นเพจที่ดีหรือไม่นั้น เราไม่สามารถดูได้แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดีอีกต่อไปแล้ว วันนี้เราได้เห็นหลักการทั้ง 12 ข้อที่แสดงให้เห็นว่า การจะเป็น Landing Page ที่ดีนั้น จะต้องทำให้ Leads ที่เข้ามา Take Action อย่างที่ต้องการได้

นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไม Landing Page ถึงสำคัญต่อ Digital Transformation ของทุกแบรนด์ และทำไมหลาย ๆ คนถึงตัดสินใจวิ่งหาบริษัทรับจ้างทำเว็บไซต์ อย่างไรก็ดี ในวันนี้พวกเรา Dgtl8 หวังว่าทุกท่านจะสามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับหน้าเพจของท่านได้ไม่มากก็น้อย แต่หากต้องการที่ปรึกษาการทำ Landing Page หรือแม้แต่ Digital Transformation แบรนด์ในด้านอื่น ๆ พวกเราเป็น Customer Centric Digital Marketing Agency มืออาชีพที่พร้อมจะช่วยดูแลให้คุณโลดแล่นบนโลกใหม่ยุคดิจิตัลได้อย่างไม่มีสะดุด สามารถติดต่อขอคำปรึกษาจากเราได้ ที่นี่ เลยครับ

Reference
https://blog.wishpond.com/post/115675438004/psychology-landing-page

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>