หลายคนรู้จักกับ LinkedIn ที่เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อการหางานมาบ้างแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ ว่าแพลตฟอร์มสีน้ำเงินเข้มนี้ เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่หลากหลายแบรนด์ใช้วางกลยุทธ์เพื่อการตลาด แถมยังประสบความสำเร็จมามากมายอีกด้วย

วันนี้เราจะมาพูดถึงกลยุทธ์การตลาดที่นักการตลาด หรือเจ้าของธุรกิจหลาย ๆ คนอาจมองข้าม นั่นคือ กลยุทธ์ LinkedIn Marketing ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดโดยเฉพาะกับบริษัทสาย B2B Marketing ทั้งหลาย ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงน่าสนใจนั้น ผมขอเก็บไว้เล่าทีหลังแล้วกัน แต่จะแอบบอกใบ้ให้ว่า นักการตลาดและแบรนด์ระดับโลกแทบทุกแบรนด์สามารถใช้ LinkedIn เพื่อสร้างคอนเนคชั่นกับแบรนด์อื่น ๆ ได้มากกว่า 80% และที่สำคัญ ในประเทศไทยมีแบรนด์ที่ทำการตลาดประเภทนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนโดยรวม

ได้ยินอย่างนี้แล้ว ถ้าอยากจะเปิดโลกการตลาด LinkedIn Marketing พร้อมแนวทางเพื่อเริ่มทำการตลาดบนแพลตฟอร์มนี้แล้วละก็ เราไปเริ่มทำความรู้จักพร้อม ๆ กันเลยครับ

รู้จักกับ LinkedIn

LinkedIn คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการเชื่อมโยงทางธุรกิจ จุดประสงค์หลักของแพลตฟอร์มมุ่งเน้นไปที่การสร้างเครือข่ายในหมู่บริษัท แบรนด์ และบุคคลผู้มีความสามารถ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมช่องทาง LinkedIn จึงเป็นช่องทางยอดฮิตของเหล่า HR ในการรับสมัครงานหรือประกาศหางาน

จุดเด่นสำคัญของ LinkedIn ที่ไม่เหมือนกับโซเชียลมีเดียทั่ว ๆ ไป อย่าง Facebook Instagram หรือ Twitter คือ บุคคลและบริษัทส่วนใหญ่ที่อยู่บนแพลตฟอร์มมักมีความเป็นมืออาชีพ และมีจุดประสงค์เพื่อความสัมพันธ์เชิงธุรกิจเป็นหลักเท่านั้น จากสถิติพบว่า ในปัจจุบัน มีจำนวนบัญชีผู้มีความสามารถ (Professionals) บน LinkedIn มากกว่า 660 ล้านคนทั่วโลก และกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น LinkedIn คือขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ไม่ได้มีดีแค่บุคคลที่มีความสามารถ แต่ยังรวมไปถึง Connection ระหว่างบริษัทน้อยใหญ่มากมาย ยิ่งเป็นคอนเนคชั่นกับบริษัทต่างประเทศ LinkedIn นี่แหละคือที่ที่คุณและแบรนด์จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ในระดับสากลได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า LinkedIn คือศูนย์รวมทรัพยากรสำหรับแบรนด์ที่ต้องการทำ B2B Marketing อย่างแท้จริง

LinkedIn Marketing คืออะไร

เราอาจเคยได้ยินการตลาดมาหลากหลายรูปแบบ เช่น Influencer Marketing หรือ Content Marketing แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักการวางกลยุทธ์การตลาด LinkedIn Marketing

จากฟีเจอร์ที่โดดเด่นต่าง ๆ ของ LinkedIn ที่พึ่งพูดถึงกันไปนั้น โดยสรุปเลยคือ คุณสามารถใช้ LinkedIn เพื่อค้นหาลูกค้า พนักงาน และแบรนด์ที่จะมาร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ของคุณ พร้อมเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาได้ง่าย ๆ ดังนั้น หลาย ๆ บริษัทจึงเริ่มมีการวางกลยุทธ์การตลาด LinkedIn กันแบบจริงจัง เพื่อคว้าโอกาสเหล่านี้ไว้นั่นเอง

ทำไมต้อง LinkedIn Marketing

อ่านมาจนถึงตอนนี้ หลาย ๆ คนคงสังเกตได้แล้วว่า LinkedIn Marketing นั้นอาจจะไม่ได้มุ่งเน้นไปทางการขายสินค้าแบบ Direct to Customer หรือบริการเหมือนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ สักเท่าไหร่ หากคุณเอากลยุทธ์การตลาดแบบที่โชว์แบรนด์คุณแบบเด่น ๆ ใช้ข้อความหรือโฆษณาเชิญชวนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมยิงจุดเด่นของสินค้าใส่หน้ากลุ่มเป้าหมาย มาใช้กับการตลาด LinkedIn มันก็คงจะไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ เผลอ ๆ ยิ่งทำให้แบรนด์คุณดูไม่เป็นมืออาชีพอีกด้วย ดังนั้น การที่นักการตลาดเลือกวางกลยุทธ์ให้เฉพาะเจาะจงเหมาะสมกับแพลตฟอร์มนั้น ๆ จึงสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะบน LinkedIn ที่ความเป็นมืออาชีพต่างหากที่จะสามารถชนะใจผู้คนและแบรนด์อื่น ๆ ได้

ถึงตรงนี้เรามาลองดูสถิติกันเล็กน้อยที่จะช่วยอธิบายแทนผมได้ว่าทำไมแบรนด์ที่ต้องการทำการตลาด โดยเฉพาะแบบ B2B Marketing จึงไม่ควรละเลยแพลตฟอร์มสีน้ำเงินนี้

  • LinkedIn มีส่วนช่วยนักการตลาดหาลูกค้าถึง 45%
  • เทียบกับ Facebook แล้ว LinkedIn สามารถสร้าง Leads ได้ดีกว่า 277%
  • Leads สำหรับบริษัทที่ทำ B2B มากกว่า 80% อยู่บน LinkedIn
  • Social Traffic ในเว็บสำหรับ B2B Marketing กว่า 50% มาจาก LinkedIn
  • LinkedIn มีคอนเทนท์เกี่ยวข้องกับการทำงานระดับมืออาชีพจำนวนมาก ช่วยดึงดูดกลุ่มผู้บริหารถึง 91% ให้เลือกใช้แพลตฟอร์ม

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในอีกหลาย ๆ เหตุผลว่าทำไมคุณและแบรนด์จึงควรเลือกใส่ใจการตลาด LinkedIn รวมทั้งปรับกลยุทธ์การตลาดของคุณในปัจจุบันให้เข้ากับแพลตฟอร์มนี้

สุดท้ายนี้ ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้ 10 เทคนิคพาคุณและแบรนด์สร้างคอนเนคชั่นและเติบโตระดับโลกบน LinkedIn ผมอยากขอย้ำเตือนอีกสักนิดว่า ในไทยตอนนี้ หลายบริษัทยังไม่ได้มีกลยุทธ์หรือแผนจะทำการตลาด LinkedIn อย่างจริงจัง บางแบรนด์ยังไม่รู้จักการตลาดประเภทนี้ด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่แบรนด์ของคุณควรจะเริ่มให้เร็วที่สุดครับ เพราะนั่นหมายความว่า คุณจะนำหน้าคู่แข่งของคุณไปก่อนแล้ว อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปนะครับ

เอาล่ะครับ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ไปพบกับทิปแรกเลยกันครับ

สุดยอดทิป 9 ข้อเพื่อเริ่มทำการตลาด LinkedIn

1. จัดการโปรไฟล์ให้สมบูรณ์เสมอ

ก่อนที่จะมีหน้าเพจสำหรับแบรนด์ คุณเอง ในฐานะตัวแทนของแบรนด์ ก็จำเป็นจะต้องมีหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวที่ดูดีและสมบูรณ์ก่อน เพราะแน่นอนว่าผู้คนไม่ได้ติดต่อกับแบรนด์คุณเท่านั้น หลาย ๆ ครั้งพวกเขาก็ติดต่อโดยตรงกับคุณ ดังนั้นความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญมาก

ในการที่จะทำให้โปรไฟล์คุณโดดเด่นและดูเป็นมืออาชีพในเวลาเดียวกัน คุณควรใส่ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณให้เต็มทุกช่อง (ใน LinkedIn จะมีเปอร์เซนต์คอยบอกว่าโปรไฟล์คุณขาดตรงไหนไปบ้าง) ใส่หน้าโปรไฟล์โดยใช้รูปจริงให้ชัดเจน เพิ่ม Skills, Achievements, รวมถึงตัวอย่างผลงานความสำเร็จล่าสุดของคุณ อย่าลืมที่จะใส่ตัวตนของคุณลงไปด้วย ความจริงใจสำคัญมากพอ ๆ กับประสบการณ์ของคุณนั่นแหละ

2. เริ่มสร้างเพจให้แบรนด์คุณ

หลังจากมีหน้าโปรไฟล์แล้ว ก็ถึงขั้นตอนที่จะเริ่มสร้างเพจให้แบรนด์ของคุณบน LinkedIn แล้ว เริ่มต้นสร้างเพจคลิกที่นี่ จงจำไว้ว่าหน้าเพจแบรนด์นี่แหละที่จะเป็นจุดที่ผู้คน ลูกค้าเป้าหมาย รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ ที่มีโอกาสร่วมเป็นพันธมิตรรู้จักและเห็นตัวตนของแบรนด์คุณ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคุณที่จะรังสรรค์หน้าเพจให้น่าดึงดูดและง่ายต่อการจดจำด้วยคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ และเช่นเดียวกันกับหน้าโปรไฟล์ อย่าลืมใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนรวมทั้งใส่ความเป็นตัวเองลงไปด้วยนะครับ

3. กำหนดเป้าประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย

หนึ่งในสิ่งที่เบสิคที่สุด แต่กลับสำคัญที่สุดสำหรับการทำ Marketing ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็คือ การกำหนดเป้าหมาย คุณควรรู้ก่อนว่า ที่คุณมาอยู่บน LinkedIn นั้น คุณต้องการอะไรกันแน่

เพิ่มการรับรู้? สร้าง Leads? หาพาร์ทเนอร์กับบริษัทอื่น? ฯลฯ

หลังจากได้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว คราวนี้ก็ง่ายที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายแล้วครับ เมื่อมีสองอย่างนี้ คุณก็สามารถเริ่มทำคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับเป้าประสงค์และกลุ่มเป้าหมายได้เลย อย่าลืมว่า LinkedIn มีฟีเจอร์มากมายที่พร้อมเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องเขียนคอนเทนท์อย่างเดียวเพื่อบรรลุเป้าหมายก็ได้ ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ หากแบรนด์คุณต้องการสร้างการรับรู้ในหมู่ผู้ใช้ LinkedIn ว่าแบรนด์คุณเป็น Digital Marketing Agency คุณก็อาจตั้งหางานในตำแหน่ง Social Media Manager หรือ Influencer Specialist เพียงเท่านี้คนภายนอกก็สามารถรับรู้ได้คร่าว ๆ แล้วว่าแบรนด์คุณถนัดในด้านไหนโดยไม่ต้องใช้คอนเทนท์ด้วยซ้ำ

4. Optimize เพจให้เหมาะกับการค้นหา

เพจที่มีการ Optimize ที่ดีจะมีโอกาสถูกค้นพบเมื่อมีคน Search หาสิ่งที่แบรนด์ต้องการนำเสนอมากกว่า เช่นเดียวกับการทำ SEO สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คนหาโปรไฟล์แบรนด์คุณได้ง่ายขึ้น

  • ใส่ Keywords: พยายามแทรกคีย์เวิร์ดที่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์คุณมักจะใช้เพื่อค้นหาสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์คุณในส่วน About บนหน้าเพจแบรนด์และคอนเทนท์ต่าง ๆ ที่แบรนด์โพสต์ออกมา
  • ทำ Backlink จากที่ต่าง ๆ: แทรก Backlink จากบนเว็บไซต์หรือแพลต์ฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ กลับมาหาหน้าเพจแบรนด์
  • แชร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: พยายามแชร์เนื้อหาให้บ่อย ยิ่งเพจคุณมีอัตราการแชร์มากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสเพจจะไปปรากฏบนหน้าการค้นหา

5. สร้างผู้ติดตามให้เพจ

ผู้ติดตามก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญบน LinkedIn เพราะผู้ติดตามจะเห็นอัพเดตหรือความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เกี่ยวกับแบรนด์คุณโดยตรงก่อนคนอื่น เรียกว่าเป็นแหล่ง Organic Reach ที่มีค่ามาก ๆ สำหรับเทคนิคเพิ่มผู้ติดตาม ผมมีมาฝากเล็กน้อยครับ

  • ใช้ปุ่ม Follow ในหน้าเว็บไซต์ของคุณเพื่อลิงก์มายังหน้าแบรนด์ สามารถหาได้ใน WordPress ปลั๊กอินส่วนเสริมต่าง ๆ หรือคลิก ที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม (ลองดูตัวอย่างได้จากปุ่ม LinkedIn ของผู้เขียนด้านล่างของบทความครับ)
  • ใช้ฟีเจอร์ Invite เพื่อนของคุณ (ใน LinkedIn จะเรียกว่า Connections) ให้มากดติดตามเพจของแบรนด์คุณ
  • ตกลงกับพนักงานขององค์กรเกี่ยวกับโพสต์สำคัญเพื่อสร้าง Organic Reach และเพิ่มโอกาส WOM จริง ๆ แล้ว หลายแบรนด์เลือกใช้เป็นการให้ Incentive กับพนักงานที่ช่วยโปรโมท Owned Media ของแบรนด์ครับ
  • โปรโมทเพจผ่านอีเมล จดหมาย และ Blog Post

6. เขียนคอนเทนท์ให้น่าดึงดูดตรงใจเป้าหมาย

เราพูดกันไปแล้วที่ว่า LinkedIn ไม่สามารถประสบความสำเร็จผ่านการตลาดแบบ Hard Sell ได้เหมือนแพลตฟอร์มอื่น กลับกัน คอนเทนท์ที่มักจะได้รับความสนใจจากผู้คนบนแพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะเป็นคอนเทนท์ที่จุดประกายให้เกิดไอเดียหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งการผลิตคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และเป็นนวัตกรรมนี่แหละที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มยอด Reach ของแบรนด์คุณ

แน่นอนว่าโดยทั่วไปเราคงอยากผลิตคอนเทนท์เอง เพราะเราควบคุมทุกอย่างได้ อย่างไรก็ดี การแชร์ไอเดียหรือคอนเทนท์จากที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

7. ใช้สื่อหลากหลายเพื่อเพิ่มยอด Engagement

รู้หรือไม่ว่าคอนเทนท์ประเภท Visual มียอด Engagement มากกว่าคอนเทนท์ที่มีแต่ตัวอักษรถึงหกเท่า คุณควรใช้ตัวเลือกรูปแบบคอนเทนท์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะแบบที่เป็นรูปหรือวิดีโอ ซึ่งจะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายมากกว่า ด้านล่างจะเป็นตัวอย่างรูปแบบคอนเทนท์ยอดนิยมบนแพลตฟอร์มครับ

  • โพสต์ที่มีรูปภาพประมาณ 3-4 รูปกำลังดี
  • วิดีโอไม่ควรเกิน 1-2 นาที โดยควรสามารถทำให้ผู้ชมสนใจได้ภายในไม่กี่วิแรก นอกจากนี้คุณควรใส่ซับเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับบางคนที่เลือกไม่เปิดเสียงด้วย
  • Live Video บน LinkedIn กระตุ้นให้เกิดคอมเมนท์ได้มากกว่าวิดีโอปกติถึง 24 เท่า
  • อย่าลืมโชว์ผลงานสำคัญหรือช่วงเวลาตอนที่คุณและทีมงานประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง เช่น จบโปรเจกต์ใหญ่หรือพึ่งเริ่มจับมือกับอีกองค์กรหนึ่ง

8. ยิง Ads ผ่านเครื่องมือบนแพลตฟอร์ม

นอกจากการรับรู้ผ่าน Organic Reach แล้ว บน LinkedIn ยังมีเครื่องมือเพื่อสร้างแคมเปญโฆษณาที่เรียกว่า Campaign Manager ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการรับรู้และการมีส่วนร่วมเพิ่มเติมด้วย ซึ่งเราสามารถเลือก Ad Format ได้หลากหลายแบบด้วย มาดูกันครับว่ามีแบบไหนบ้าง

  • Sponsored Content: Ad ประเภทนี้จะอยู่บนหน้า Feed ของกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ซึ่งจะมาในสามรูปแบบ ประกอบด้วย รูป วิดีโอ และ Carousel ads
  • Message Ads: ในรูปแบบนี้เราจะสามารถตั้งเนื้อหาบวกกับ CTA แล้วส่งไปยัง Direct Message ของกลุ่มเป้าหมายครับ
  • Dynamic Ads: ประเภทนี้จะแอบซับซ้อนสักหน่อยครับ คือระบบจะดึงข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย เช่นตำแหน่งงานที่กำลังมองหาหรือ Skill ที่มี เมื่อได้มาแล้ว เราจะสามารถยิงแอดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น ๆ ครับ เช่น ผมกำลังมองหางานสายล่าม บริษัทล่ามก็สามารถยิงแอดประเภทนี้เพื่อบอกว่า เขากำลังเปิดรับงานที่ใกล้เคียงกับทักษะที่ผมมี โดยอยู่ในรูปแบบงานแนะนำครับ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก ที่นี่ ได้เลยครับ
  • Text Ads: แอดประเภทนี้ง่ายมากครับ มันจะขึ้นเป็นข้อความอยู่ข้าง ๆ หน้า Feed ซึ่งค่าใช้จ่ายจะเรียกเก็บแบบ Pay-per-click (PPC)

9. คอยตรวจสอบและประเมินผล

เหมือนกับการบริหารธุรกิจทั่วไป การบริหารหน้าเพจแบรนด์เมื่อสร้างแล้วเราก็ต้องคอยหมั่นตรวจสอบและประเมินผลครับ คอยดูการเข้าถึง พฤติกรรมผู้รับสาร ฯลฯ ซึ่งบนแพลตฟอร์ม LinkedIn ก็มีฟีเจอร์ที่ชื่อว่า LinkedIn Page Analytics ที่จะคอยวิเคราะห์ข้อมูลให้เรา แล้วเราก็สามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุงพัฒนาสำหรับแคมเปญและอัพเดตอื่น ๆ ในอนาคตต่อไปครับ

สรุป

LinkedIn ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าสนใจมาก ๆ ที่แบรนด์ควรจะลงมาทำการตลาด ด้วยลักษณะเด่นที่เป็นมืออาชีพไม่เหมือนโซเชียลมีเดียอื่น ๆ มีผู้มีความสามารถจากทั่วทุกมุมโลกอยู่นับไม่ถ้วน แถมยังมีแบรนด์ระดับโลกมากมายอยู่บนแพลตฟอร์มที่พร้อมให้เราได้ค้นหา ติดต่อ และสานสัมพันธ์ เรียกได้ว่า นอกจากจะเป็นที่ที่เราจะสามารถประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่เป็น Professional ของแบรนด์แล้ว ยังเหมาะกับบริษัทที่ทำ B2B Marketing มากเลยล่ะครับ

อย่างที่ผมย้ำเตือนอยู่บ่อย ๆ ว่าในไทยตอนนี้ LinkedIn ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร มีเพียงแบรนด์ส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำ LinkedIn Marketing อย่างจริงจัง ฉะนั้น คงไม่มีเวลาไหนที่ดีไปมากกว่าเวลานี้แล้วล่ะครับที่เราควรจะพิจารณาให้ LinkedIn เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการวางกลยุทธ์การตลาดร่วมกับช่องทางอื่น ๆ เพื่อตอบรับกับการมาถึงของโลกยุคดิจิตัล

หากอ่านมาจนถึงตอนนี้ ผมหวังว่าทุกท่านคงจะได้แนวทางการตลาดน้องใหม่นี้ไปลองปรับประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์ปัจจุบันนะครับ และสำหรับท่านที่ไม่รู้ ที่ Dgtl8 เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการทำ LinkedIn Marketing ที่พร้อมรับฟังปัญหาและเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาดทุกรูปแบบในยุคดจิตัลด้วยนะครับ สามารถเริ่มต้นพูดคุยกับเราโดยคลิก ที่นี่ ได้เลยครับ

Reference
https://sproutsocial.com/insights/linkedin-marketing/
https://www.businessnewsdaily.com/7206-linkedin-marketing-business.html
https://www.wegointer.com/2018/02/what-is-linkedin/
https://business.linkedin.com/marketing-solutions/how-to-market-on-linkedin

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>