ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อินเตอร์เน็ตได้เข้ามา Disrupt วิถีชิวิตของเราทุกคน เฉกเช่นเดียวกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการและคนทำแบรนด์ต่างพากันปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในยุคดิจิตัลที่มีการแข่งขันสูง และมีแบรนด์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ในทางเดียวกัน การที่แต่ละแบรนด์จะมาทำการตลาดเหมือนอย่างสิบปีก่อนคงจะไม่เวิร์คแล้วในปัจจุบัน มีหลักการทำการตลาดในยุคดิจิตัลเกิดขึ้น เกิดเป็นศาสตร์ที่เรียกว่า Digital Marketing ที่ได้รับความนิยมและถูกนำไปประยุกต์เข้ากับแผนธุรกิจของแบรนด์มากมายนั่นเอง

และหนึ่งในการตลาดดิจิตัลที่เป็นที่นิยมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คงไม่พ้นการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็ต้องเคยได้ยินผ่านหูผ่านตามาบ้าง ด้วยเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป แบรนด์จำนวนมากต่างโฟกัสไปที่ Inbound Marketing และ Organic Reach ทำให้ SEO กลายมาเป็นเครื่องมืออันล้ำค่าที่ธุรกิจทุกภาคส่วนต่างจ้องเข้ามาทำกัน หลาย ๆ บริษัทเลือกดึงเอานักการตลาดที่มีความสามารถเข้ามาช่วยทำ SEO ให้แบรนด์ แต่ก็มีไม่น้อยที่เลือกใช้บริการจาก Digital Marketing Agency ที่รับจ้างทำ SEO โดยเฉพาะ

คำถามที่ตามมาก็คือ หากเราก็เป็นอีกคนที่ต้องการจะทำ SEO เราจะเลือกใช้แบบไหน จะจ้างพนักงานเข้ามาดีไหม หรือการทำงานกับเอเจนซี่จะมีประสิทธิภาพมากกว่า ยิ่งเป็นเรื่องของ Digital Transformation ในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ยิ่งต้องตัดสินใจให้ดี เพราะผลลัพธ์ที่ตามมามีผลอย่างมากต่ออนาคตของแบรนด์

ในวันนี้ พวกเราจะมาเจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ของการทำ SEO โดยทีม In-house และโดยเอเจนซี่แบบ Outsource พร้อมแนวทางการตัดสินใจ เลือกยังไงให้ใช่ที่สุดสำหรับแบรนด์คุณ ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยครับ

SEO คืออะไร

ก่อนที่เราจะเริ่มลงลึกถึงข้อดีและข้อเสียของการทำ SEO โดยจ้าง In-house หรือ Agency นั้น คนทำแบรนด์ในยุด Digital Transformation ต้องเข้าใจก่อนว่า จริง ๆ แล้ว SEO คืออะไรกันแน่ และเกี่ยวข้องกับการทำ Digital Marketing ของแบรนด์อย่างไร

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทาง Digital Marketing หรือการตลาดยุคดิจิตัล ซึ่งการทำ SEO หมายถึง การปรับแต่งโครงสร้างหน้าตาเว็บไซต์ ปรับแต่ง Code ปรับแต่งความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์ และเขียนเนื้อหาที่เหมาะสม โดยผลลัพธ์การปรับแต่งเว็บไซต์ด้วยแนวทางการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปติดอันดับอยู่ในลำดับต้น ๆ ของผลการค้นหาใน Search Engine อย่าง Google หรือ Bing นั่นเอง

SEO คืออะไร

โดยขั้นตอนการทำนั้นต้องอาศัยองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งการใช้ Content แบบ Onsite, Outreach, Blog รวมถึงการใส่ Keyword และการทำ Backlink ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เว็บไซต์ของเราสามารถไต่อันดับจากหน้าท้าย ๆ ขึ้นมาจนถึงหน้าแรกได้แบบ Organic เป็นช่องทางการตลาดออนไลน์ที่ต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและการทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่าน 11 เช็คลิสต์ ตัวช่วยเด็ดพาเว็บไซต์คุณให้ติดหน้าแรกของทุก Search Engine!

SEO Agency vs. In-House Team

จะเห็นได้เลยว่า SEO เป็นหนึ่งใน Inbound Marketing ที่มีคุณภาพอย่างมากในการตลาดยุคปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวน Traffic ของหน้าเว็บแบบ Organic ที่เพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ต้องเสียเงินไปกับการยิงโฆษณาสักนิด อย่างไรก็ดี SEO ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะสามารถทำแล้วออกมาประสบความสำเร็จ แถมยังต้องใช้เวลาและความอดทนสูงอีกด้วย ซึ่งทำให้ในปัจจุบัน หลากหลายแบรนด์เริ่มเทรนนักการตลาดในบริษัทเรื่อง SEO และจ้างพนักงานที่มีทักษะด้านนี้ นอกจากนี้ยังมี Digital Marketing Agency ที่รับจ้างทำ SEO โดยเฉพาะที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้เกิดขึ้นมามากมายเช่นกัน

พอมาถึงตรงนี้ คำถามสำคัญก็คือ แล้วถ้าแบรนด์เราก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ต้องการทำ SEO เช่นกันล่ะ วิธีไหนจะดีที่สุด จะใช้ทีมในบริษัท หรือจะจ้าง Outsource ที่เป็นเอเจนซี่ดี แน่นอนว่า คำถามนี้ไม่มีถูกหรือผิด เพราะทั้งสองแบบก็สามารถช่วยแบรนด์ได้ และมีจุดเด่นกันคนละแบบ คำถามสำคัญคือ แบบไหนกันแน่ ที่ เหมาะสม กับแบรนด์เราที่สุด เรามาลงรายละเอียดถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละรูปแบบกันครับ

SEO Agency vs. In-House Team

ข้อดีของ In-house Team

จุดเด่นสำคัญที่สุดของการใช้ทีมในบริษัทคุณคือ ความรู้และข้อมูลของแบรนด์ (Brand Knowledge) เพราะไม่มีทางที่คนอื่นจะสามารถเข้าใจธุรกิจของคุณได้ดีไปกว่าคุณหรือพนักงานรอบตัวที่ทำงานในบริษัทคุณแน่ ๆ และแม้ว่าเอเจนซี่จะพยายามทำความเข้าใจแบรนด์คุณอย่างถ่องแท้ขนาดไหน พวกเขาก็ไม่สามารถสู้นักการตลาดในบริษัทคุณในเรื่องนี้แน่นอน ลองนึกดูดี ๆ ว่าทีมการตลาดของคุณทำงานคลุกคลีอยู่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ในทุก ๆ วัน พวกเขาถูกหลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมของบริษัท นี่ยังไม่รวมถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่พวกเขามีร่วมกับแบรนด์อีกนะ

ข้อดีของ In-house Team

นอกจากนี้ การเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทและเข้าใจแบรนด์อย่างถ่องแท้ยังมีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์ด้านการทำงานอย่างแน่นแฟ้น ช่วยให้กระบวนการทำงานและการประสานงานกับฝ่ายอื่น ๆ ในบริษัทรวดเร็วมากกว่า เมื่อเทียบกับเอเจนซี่ที่มีมุมมองจากด้านนอกและไม่ได้ใกล้ชิดกับแบรนด์ ทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเข้าใจ Brand Knowledge รวมทั้งติดต่อประสานงานกับแบรนด์ ที่พูดมาถึงตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่า Agency ไม่สามารถเข้าใจแบรนด์ได้นะครับ แค่ว่าต้องใช้เวลาและยังด้อยกว่าในด้านนี้เมื่อเทียบกับ Marketing Team ในบริษัท

อีกหนึ่งจุดเด่นหนึ่งคือ ทีมในบริษัทจะสามารถโฟกัสกับงานของแบรนด์ได้โดยตรง พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลไปกับเรื่องของแบรนด์อื่น ๆ ตรงนี้จะทำให้งานสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ประหยัดเวลาและควบคุมงบประมาณได้ง่าย

ข้อเสียของ In-house Team

เมื่อพูดถึงเรื่องประสบการณ์แล้ว ทีมงาน Marketing Agency มีโอกาสมากกว่าที่จะได้ลงมือทำโปรเจกต์ที่หลากหลายและได้เรียนรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ผ่านการทำงานจริง พวกเขาทำงานกับแคมเปญที่ต่าง ๆ มากมาย อยู่กับมันตลอดเวลาในทุก ๆ วัน ซึ่งความรู้และประสบการณ์ในวงการธุรกิจนี่แหละครับ ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางการตลาดได้รอบด้านมากกว่า ตรงนี้นี่แหละที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อธุรกิจของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ In-house Team อาจให้คุณไม่ได้

ข้อเสียของ In-house Team

อีกหนึ่งข้อเสียใหญ่ ๆ มาในรูปแบบของค่าใช้จ่ายครับ ผมเดาว่าหลายคนอาจคิดว่า Digital Marketing Agency เป็นสิ่งที่แพงเมื่อเทียบกับทีมในองค์กร แต่อย่างลืมว่า ในการทำ SEO คุณไม่ได้ใช้แค่มันสมองของนักการตลาด คนพวกนี้ต้องพึ่งเครื่องมือในการดำเนินงานและวิเคราะห์ด้วย ซอฟท์แวร์มากมายที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนจะต้องมีพร้อมให้นักการตลาดใช้เพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพที่สุด ในทางกลับกัน คุณไม่ต้องเสียเงินไปกับสิ่งเหล่านี้เพิ่มเติมเมื่อจ้าง Agency เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในสัญญาแล้ว

ข้อดีของ Digital Marketing Agency

มาถึงส่วนที่เป็นข้อดีของ Digital Marketing Agency แล้วครับ ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของเอเจนซี่คือ ความชำนาญเฉพาะทาง และ ประสบการณ์ ลองคิดตามผมพร้อมกันนะครับ หากคุณจ้างนักเขียนคอนเทนท์และขอให้เขาช่วยทำ SEO เชิงเทคนิค ซึ่งเขาไม่มีความรู้ด้านนี้ ผมว่าเราคงจะเดาตอนจบกันออกใช่ไหมครับ ในการทำงานอะไรสักอย่างที่อยู่นอกเหนือ Skillset ของทีมคุณ โดยเฉพาะกับ SEO ที่ใหม่มาก ๆ มีสองทางให้เลือก คือคุณจะต้องฝึกพวกเขา ไม่ก็จ้างคนเข้ามาใหม่ ซึ่งทั้งสองวิธีเปลืองทั้งเวลาทั้งเงินครับ กลับกัน การทำงานกับทีมเอเจนซี่ คุณสามารถไว้วางใจได้แน่นอนว่าจะได้ทีมงานที่ตรงตามความต้องการ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เอเจนซี่ที่มีคุณภาพจะมีคุณสมบัติแบบ Results-driven หรือถือเอาผลลัพธ์เป็นสำคัญ พวกเขาพร้อมใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ประสบการณ์ที่ได้จากการผ่านแคมเปญมามากมายหลากหลายรูปแบบทำให้พวกเขารู้ดีว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น จะต้องแก้ไขยังไง เพรียบพร้อมไปด้วยกลยุทธ์และวิธีการรับมือกับทุกสถานการณ์ ซึ่งการทำงานร่วมกับกลุ่มคนมากประสบการณ์นี้จะช่วยให้องค์กรคุณได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับพวกเขาด้วย เรียกว่าเป็น Win-Win Relationship ที่แท้จริงเลยครับ

อ่าน 7 ข้อผิดพลาดสุดคลาสสิคสำหรับคนทำ SEO ในปีนี้

ข้อดีของ Digital Marketing Agency

จุดแข็งสำคัญข้อสุดท้ายจะเห็นเด่นชัดเมื่อคุณต้องการอัพสเกลแคมเปญการตลาด แน่นอนว่าการใช้ In-house เพื่อสเกลอัพนั้นทำได้ แต่ใช้เงินเป็นอย่างมาก คุณต้องใช้ทรัพยากรไปกับพนักงานและเครื่องมือ แถมยังต้องเสียเวลามากมายไปกับการเทรนงาน เทียบกับเอเจนซี่ ถ้าอยากอัพสเกล ก็แค่จ่ายเงินให้มากขึ้นในเดือนถัดไป ง่ายกว่ามาก ๆ แถมยังประหยัดเวลาได้เยอะอีกด้วย

ข้อเสียของ Digital Marketing Agency

ปัญหาหลัก ๆ ของการใช้งาน Marketing Agency คือเรื่องของความสามารถของแบรนด์ในการจัดการด้านเวลา ในการจะทำให้งานสำเร็จลุล่วงจะต้องมีการลำดับความสำคัญให้ดีเพื่อให้งานดำเนินไปตามแผน แน่นอนว่าปัญหาเรื่องการจัดการเวลานั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้ง In-house และ Marketing Agency แต่ต่างกันตรงที่ว่าตัวคุณสามารถลงไปจัดการ In-house Team ได้ง่ายมากกว่า เมื่อเทียบกับ Agency บางเจ้าที่ต้องนัดล่วงหน้าหรือไม่ได้พร้อมพูดคุยตลอดเวลา

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งอาจเป็นเรื่องท้าทายนิดหน่อยเมื่อมีเอเจนซี่มาเกี่ยวข้อง เพราะอย่างที่กล่าวไป คุณไม่สามารถจะไปโผล่ที่บริษัทเอเจนซี่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเพื่อคุยเรื่องแผนตอนไหนก็ได้ การจะติดต่อกันแต่ละครั้งอาจจำเป็นต้องนัดหมายล่วงหน้าเนื่องจากทั้งสองฝ่ายคงไม่ได้ว่างตรงกันตลอดเวลา ในความเป็นจริง เรื่องนี้อาจไม่เป็นปัญหามากนักหากบริษัทมีการวางแผนและตารางดำเนินงานที่เป็นระบบมากพอ แต่หากคุณไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ก็อาจจะลำบากเสียหน่อย

ข้อเสียของ Digital Marketing Agency

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเรื่องของความรู้สึก ผู้ประกอบการบางคนรู้สึกไม่ดีที่ไม่มีทีมเป็นของตัวเอง ซึ่งหากคุณเองก็เป็นอีกคนที่ต้องการมีความรู้สึกว่ามีทีมเป็นของตัวเอง การทำงานกับเอเจนซี่อาจเป็นปัญหาได้ เรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามเลยแม้แต่น้อย

แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

อ่านมาถึงตรงนี้เราคงได้เห็นข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือกกันไปแล้ว และคุณเองก็คงมีภาพในหัวบ้างแล้วว่าแบบไหนที่จะเหมาะสมกับคุณและบริษัทของคุณ แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าแบบไหนที่จะใช่ที่สุด ผมอยากให้คิดถึง 3 ข้อนี้เป็นหลักครับ

  1. ทรัพยากรที่มี: คุณมีทีมหรือไม่ พร้อมจะจ่ายในราคาเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง คุ้มไหม
  2. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ทีมของคุณมีความสามารถด้าน SEO หรือไม่ ต้องการประสบการณ์ไหม
  3. สไตล์การทำงาน: ไม่ชอบติดต่อระหว่างบริษัทใช่ไหม ต้องมีทีมตัวเองหรือไม่ รับมือกับเวลาที่ใช้เทรนพนักงานไหวหรือเปล่า
แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

ท้ายที่สุดแล้ว นี่ไม่ใช่โจทย์คณิตศาสตร์ที่มีคำตอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับว่าแบบไหนที่ ใช่ ที่สุดกับตัวคุณและแบรนด์ อย่าลืมว่าทุก ๆ การตัดสินใจมีผลกระทบตามมา ดังนั้น ศึกษาให้เข้าใจ เลือกให้ดี และอย่าด่วนสรุปนะครับ

สรุป

การตัดสินใจเลือกทีมที่จะมาทำ SEO ให้แบรนด์ในยุค Digital Transformation เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของทุก ๆ แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นจาก In-house หรือเอเจนซี่ที่รับจ้างทำ SEO เพราะทั้งสองด้านก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน เรื่องนี้ไม่ได้ตัดสินในแง่ที่ว่า ดีที่สุด แต่เป็น เหมาะสมที่สุด ต่างหาก แต่ไม่ว่าจะทางไหน เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า SEO คือเรื่องสำคัญในปัจจุบัน

ที่ Dgtl8 เราไม่ได้ให้คำปรึกษาแค่ด้านการทำ SEO แต่รวมไปถึง Digital Marketing ทุกรูปแบบ ซึ่งหากให้พูดกันตรง ๆ แค่การทำ SEO ไม่เพียงพอแน่นอนที่จะสามารถทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในยุคนี้ ทุกบริษัทขับเคี่ยวแข่งขันอยู่บนโลกที่ลูกค้ามีจำกัดแต่แบรนด์ใหม่ ๆ ต่างเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ หากคุณช้าไปเพียงนิดเดียว คู่แข่งคุณอาจนำหน้าคุณไปหลายก้าวแล้วก็ได้ หากสนใจให้เราเป็นที่ปรึกษา สามารถคลิก ที่นี่ เพื่อติดต่อเรา Dgtl8 ได้เลยครับ

Reference
https://moz.com/learn/seo/what-is-seo
https://contrast.digital/blog/agency-vs-in-house/

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>