เมื่อพูดถึงยุคสมัยนี้ คุณคงคิดถึงโลกดิจิทัล การยอมรับการเปลี่ยนแปลงจากวัฒนธรรมเดิม ๆ Thailand 4.0 หรืออาจจะเป็นอะไรอื่น ๆ อีกมากมายที่หมายถึงการพัฒนา แต่สิ่งหนึ่งที่กำลังพัฒนาไปเหมือนกันนั่นก็คือตลาดซีรีส์วาย หรือ Y-marketing ที่มีการนำนักแสดงชายสองคนมาเล่นละครหรือซีรีส์ด้วยกัน โดยคนหนึ่งรับบทเป็น ‘พระเอก’ และอีกคนรับบทเป็น ‘นายเอก’ แทนนางเอก เพื่อเป็นการแสดงถึงความเปิดกว้างทางสังคม ว่าเราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับขนบธรรมเนียมเดิม ๆ ทำให้เกิดกระแสคู่จิ้นเพราะความน่ารักและความเข้ากัน (Chemistry) ของนักแสดง

ซึ่งสิ่งนี้ทำให้มีการตลาดแบบใหม่ในแขนง Influencer marketing โดยการนำนักแสดงซีรีส์วายมาทำการโฆษณาผลิตภัณฑ์ในช่องทางต่าง ๆ ผ่าน Digital Marketing Agency เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้คนหันมาให้ความสนใจโลกดิจิทัลมากขึ้น การทำการตลาดผ่านช่องทางทั่วไปจึงอาจไม่เหมาะสมกับซีรีส์วายที่บูมขึ้นมาได้ด้วยพลังของ Social Network เพราะ leads หรือ กลุ่มลูกค้าอาจจะไม่ตรงกัน

อย่างไรก็ตามซีรีส์วายในยุคที่พึ่งเข้ามาในประเทศไทยใหม่ ๆ ในสมัยนั้นมีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เองก็กำลังชิมลางว่าเส้นทางนี้จะออกมาเป็นรูปแบบไหน

ทั้งนี้เนื่องจากสมัยก่อนภาพลักษณ์ของผู้ชายสองคนรักกันเป็นเรื่องที่ยังไม่เป็นที่นิยมและยังไม่ได้รับการยอมรับ หากบริษัทผลิตหนังแนวนี้ขึ้นมาอาจจะเป็นที่ติเตียน หรืออาจจะคิดว่าไม่คุ้มค่าเพราะการทำหนัง หรือซีรีส์เป็นการหาลูกค้าแบบ warm leads คือต้องทำให้ซีรีส์เป็นที่สนใจของลูกค้าจึงจะดึงดูดพวกเขาให้เข้ามาได้ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นการลงทุนที่เปล่าประโยชน์

แต่ในปัจจุบันซีรีส์วายได้ก้าวข้ามขีดจำกัดทางเพศ และเริ่มมีตัวตนในประเทศไทยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็น Soft power ใหม่ของไทยเลยก็ว่าได้ ดังนั้นนักการตลาดจึงควรเรียนรู้ต้นกำเนิดและคาดการณ์การพัฒนาของการตลาดแขนงนี้ครับ

จุดเริ่มต้นซีรีส์วาย

ก่อนหน้าที่จะมาโด่งดังในไทย ตลาด ‘Y’ หรือ ‘Yaoi’ นั้น ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรกในรูปแบบการ์ตูน และได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน ก่อนที่จะถูกนำมาเผยแพร่ในไทยในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ เช่นการ์ตูน หรือนิยายแปล แล้วหลังจากนั้นจึงเริ่มมีนักเขียนไทยที่ออกมาสร้างผลงานด้วยตัวเอง ในเว็บต่าง ๆ เช่น Dek-d หรือ Thaiboyslove จนได้รับการทำเป็นซีรีส์ในที่สุด

เอาล่ะ . . . มาดูกันดีกว่าว่าซีรีส์วายเรื่องแรก ๆ ในไทยนั้นมีอะไรบ้าง

1. รักแปดพันเก้า

‘รักแปดพันเก้า’ เป็นซีรีส์ยุคบุกเบิกจริง ๆ ของซีรีส์วาย เพราะได้มีการจัดทำละครเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2547 โดยหลาย ๆ คนคงไม่รู้ว่า ‘จอน’ และ ‘ที’ ที่รับบทโดย ‘รุ่งเรื่อง อนันตยะ’ และ ‘ภูริ หิรัญพฤกษ์’ เป็นต้นแบบอิมเมจตัวละครของซีรีส์วายหลาย ๆ เรื่องในปัจจุบัน  โดยคาแรกเตอร์ของพระเอกนั้นถูกกำหนดมาว่าให้มีความมาดแมน และสุขุม ในขณะที่ฝ่ายนายเอกต้องมีคาแรกเตอร์เรียบร้อยและสดใส

รักแปดพันเก้า

2. Lovesick the series

หากเขยิบเข้ามาในยุคปัจจุบันมากขึ้นหน่อย หลาย ๆ คนคงรู้จัก ‘ปุณ-โน่’ ที่นำแสดงโดย ‘ณวัชร์ พุ่มโพธิงาม’ และ ‘ชลธร คงยิ่งยง’ ที่เรียกได้ว่ามาทำให้วงการบันเทิงสั่นสะเทือนอีกครั้งในสิบปีให้หลัง หลังจากเรื่องรักแปดพันเก้า

โดยคาแรกเตอร์นักแสดงเรื่องนี้ก็มีความคล้ายกับเรื่องรักแปดพันเก้า ต่างเพียงเนื้อเรื่องที่ถูกปรับให้มีความเข้ากับวัยรุ่น และยุคสมัยมากขึ้น แถมยังเป็นเรื่องแรก ๆ ที่คู่วายได้รับบทนำอย่างเต็มตัว ไม่ใช่คู่รองอีกต่อไป และเรื่องนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบซีรีส์วายในมหาลัยได้เช่นกันครับ

Lovesick

การพัฒนาของซีรีส์วายในประเทศไทย

หลังจากสองเรื่องนี้แล้วก็ได้มีการบุกเบิกตลาดมากขึ้นเพราะ Lovesick the series ได้ทำกระแสเอาไว้จนติด twitter trend ด้วยความรวดเร็ว แถมนักแสดงยังได้ไปทำงานไกลถึงประเทศจีน ทำให้หลาย ๆ บริษัทหันกลับมาสนใจทางด้านนี้ เหมือนเช่น GMMTV ที่ได้ผลิตซีรีส์วายหลากหลายเรื่องในแต่ละปี เช่น

  • 2gether the series เพราะเราคู่กัน หรือที่เรารู้จักกันในนามของ ‘คั่นกู’
  • Sotus the series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง
  • 1000 stars นิทานพันดาว

แต่หากให้ยกตัวอย่างความก้าวหน้าของวงการวายจริง ๆ คงอดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่อง 2gether the series ทั้งนี้เพราะในขณะที่ซีรีส์กำลังฉาย #คั่นกู นั้น นอกจากจะติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยแล้ว ยังติด  เทรนด์ทวิตเตอร์ทั่วโลกอีกต่างหาก

แถมยอดไลก์และยอดวิวของนักแสดงนำอย่าง ‘วชิรวิชญ์ ชีวอารี’ ใน Instagram มักจะเกินล้านอยู่บ่อย ๆ แสดงให้เห็นถึงความโด่งดังของเขาหลังเล่นซีรีส์

ทั้งนี้เพราะก่อนจะเล่นซีรีส์เรื่องนี้ เขาได้รับบทเล่นละครมานับสิบเรื่อง เช่น ละครเรื่องรูปทอง ซีรีส์เรื่อง Social death vote แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ได้รับกระแสตอบรับดีเท่าเรื่อง 2gether the series มาก่อน

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอีกหลายคู่ที่บางครั้งยังไม่เคยเล่นหนังเรื่องไหนเลย แต่เมื่อมาเล่นซีรีส์วายกลับโด่งดังขึ้นมาทันที รวมถึงสามารถมัดใจคนดูได้อยู่หมัดด้วยเคมีที่เข้ากัน และความน่ารักเวลาอยู่ด้วยกัน

สถิติซีรีส์วาย

คงเห็นกันแล้วใช่ไหมครับ ว่ากระแสวายนั้นสามารถผลักดันนักแสดงได้ให้มีความโด่งดังข้ามคืนได้อย่างไรบ้าง ทีนี้เรามาดูสถิติคร่าว ๆ กันดีกว่าครับ

ซีรีส์วายเกือบทั้งหมดได้ถูกถ่ายทอดผ่านทาง LineTV ซึ่งถือเป็น Platform ที่ทำ content เพื่อดึง leads ที่เป็นสาววายอย่างจริงจัง โดยการทำ Digital Marketing เพื่อดึงดูดเหล่าแฟนคลับผ่าน Social Media ช่องทางต่าง ๆ และได้มีสถิติที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดอยู่สองสามอย่าง

  • เมื่อเดือน มกราคม-กันยายน ปี 2020 นั้นทาง LineTV ได้มาบอกว่ามี New users ที่เข้ามาดูคอนเทนต์วายเพิ่มขึ้นถึง 19 ล้าน Users และทาง LineTV นั้นได้เตรียมตัวเพื่อที่จะหาช่องทางให้แบรนด์ต่าง ๆ ที่ต้องการทำโฆษณาบนซีรีส์วายมีโอกาสได้ลงสนามจริง
  • กลุ่มผู้ชมคอนเทนต์ซีรีส์วายกว่า 78% เป็นผู้หญิง และมีช่วงอายุอยู่ที่ประมาณ 15-40 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงอายุที่ค่อนข้างกว้างรวมทั้งคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ล้วนเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์
  • ผู้ชมซีรีส์วายส่วนใหญ่นอกจากจะมีฐานะแล้ว ยังรับได้กับการโฆษณาผ่านทางซีรีส์แบบไม่ตะขิดตะขวงใจ รวมถึงยินยอมให้มีการ Tie-in สินค้าโดยตรง และพวกเขาก็พร้อมจะซัพพอร์ทสินค้าทุกชนิดที่นักแสดงได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะเมื่อนักแสดงได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ เขาก็จะได้รับส่วนแบ่ง แถมยังเป็นที่รู้จักมากขึ้น เหล่าแฟนคลับจึงพร้อมจ่ายเงินเพื่อศิลปินที่ตัวเองรัก

ซีรีส์วายไทยไปไกลระดับโลก

เอาล่ะครับ หลังจากเห็นกันไปแล้วว่าซีรีส์วายนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหนในประเทศไทย หากคุณเป็นนักการตลาด คุณก็คงอยากรู้ใช่ไหมครับว่าซีรีส์วายไทยมันไปไกลแค่ไหน แล้วมันคุ้มค่าที่จะลงทุนจริง ๆ    เหรอ ?

ถ้าอย่างนั้นผมอยากจะให้คุณดูสิ่งนี้ครับ

GMMTV global fan meeting

จำพวกเขาเหล่านี้ได้ไหมครับ พวกเขาคือนักแสดงซีรีส์วายที่สร้างกระแสท่วมท้นและทำให้ GMMTV ดังไปทั่วโลกนั่นเองครับ ใช่ครับ . . . ทั่วโลก ลองดูคลิปนี้นะครับ คลิปนี้เป็นคลิป Fan made ที่สร้างขึ้นโดยชาวต่างชาติที่เป็นแฟนคลับของไบร์ท-วินครับ และหากคุณดูตรงคอมเมนต์ คุณจะเห็นว่าจาก 1000 กว่านั้น เป็นภาษาอังกฤษไปแล้วเกินครึ่ง

และหากคุณคิดว่าซีรีส์วายดังแค่ในเอเชียลองดู Instagram นี้ครับ มันเป็น Instagram ที่สร้างขึ้นโดยแฟนคลับชาวบราซิล ซึ่งมียอด Follower กว่า 18.1k และถึงแม้เขาจะเขียนใน Biography ว่าเขาโพสต์เกี่ยวกับ Boys love series หนังและ Kpop แต่ส่วนมากเนื้อหาจะเกี่ยวกับซีรีส์วายครับ

Boyslove account

และนอกจาก account นี้แล้วยังมีแฟนคลับอีกหลายประเทศที่สร้าง account คล้าย ๆ กัน เช่น อิสราเอล เป็นต้นครับ และในหนึ่งประเทศแน่นอนว่ามีหลาย account ทีเดียวครับ

ทีนี้เรากลับมาที่ Global Fan meeting กันครับ หลังจากที่ GMMTV ได้รับกระแสตอบรับจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทางบริษัทก็ได้แพลนที่จะจัดงาน Fan meeting ขึ้นมา แต่เพราะเป็นช่วง Covid-19 ทำให้พวกเขาต้องจัด Fan meeting แบบ Live สดแทน

เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงสบโอกาสได้จัดทำ Global Fan meeting เสียเลยโดยอนุญาตให้คนดูต่างประเทศถึง 93 ประเทศเข้าชมด้วยผ่าน VLive ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 20 มิถุนายนปี 2020 ครับ โดยค่าบัตรเข้านั้นอยู่ที่ราว ๆ 1000 บาท

โดยนักแสดงที่อดพูดถึงไม่ได้ก็คือไบร์ท-วินคู่เดิมครับ เพราะหลังจากที่พวกเขาเริ่มไลฟ์นั้น #GlobalLiveFMxBrightwin ก็ขึ้นเทรนด์ Twitter ทันทีทั้งเทรนด์ Global เทรนด์ประเทศไทย หรือแม้แต่เทรนด์ประเทศอื่น ๆ และมียอด Tweet กว่า 2 ล้านครั้ง

ยอดกดหัวใจใน VLive นั้นก็ถือว่าเกินความคาดหมายไปมาก เพราะพวกเขาได้รับการกดไลก์ใน VLive ด้วยหัวใจกว่า 1,165 ล้านดวงซึ่งถือเป็นเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่ได้รับหัวใจเยอะขนาดนี้นอกจากศิลปินเกาหลี

และกิจกรรมรวมทั้งตาราง Fan meeting นั้นคือการที่ให้นักแสดงนำทั้งสองคนออกมาร้องเพลงด้วยกัน พูดคุยกัน แล้วหลังจากนั้นก็มีการจัดกิจกรรมร่วมกับ Lucky fans แล้วก็ให้เหล่าศิลปินเล่นเกมกันเอง โดยมีการแปลเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษบ้างเป็นครั้งคราว

คุ้น ๆ ไหมครับ . . . ใช่ครับมันคือ pattern เดียวกับ Fan meeting ของศิลปินเกาหลีเลยครับ เริ่มตั้งแต่การใช้ VLive เพราะ VLive เป็นแอปพลิเคชันที่ศิลปินเกาหลีใช้เพื่อพูดคุยกับแฟนคลับ

Thaiboyslove

ไหนจะกิจกรรม Lucky fans ที่หากคุณเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีคุณคงคุ้นเคยกับรายการ After School Club หรือ ASC ที่มีการให้แฟนคลับทั่วโลกได้คุยกับศิลปินปิน ถูกไหมครับ และรายการ ASC นั้นก็มักจะมีการใส่ Subtitle เป็นภาษาอังกฤษให้ข้างใต้อีกด้วย

ที่ผมต้องการจะสื่อก็คือคุณสังเกตุไหมครับ ว่าซีรีส์วายกำลังจะเป็นตัวแทนของประเทศไทย เหมือนที่ Kpop เป็นตัวแทนของประเทศเกาหลี เมื่อไหร่ที่ทุกคนพูดถึงเพลง pop คงไม่มีใครไม่นึกถึงเกาหลีเป็นที่แรก เช่นกันครับ ต่อไปนี้หากพูดถึงซีรีส์วาย คุณอาจจะไม่ได้นึกถึงประเทศญี่ปุ่นอีกต่อไป แต่เป็นประเทศไทยครับ

ซึ่งสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Soft power นั่นเองครับ คุณอาจจะคิดว่ามันคือพลังของศิลปินที่แสดงความละมุนออกมาให้แฟนคลับเห็นแล้วชื่นชอบใช่ไหมครับ หากอยู่ดี ๆ ผมก็พูดขึ้นมาแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วมันถูกเพียงครึ่งเดียวครับ

Soft power คือพลังในการเปลี่ยนแปลงมุมมอง ความคิด พฤติกรรมของคนอื่นโดยที่ไม่มีการใช้พลกำลังนั่นเองครับ หากให้ผมยกตัวอย่างสักตัวอย่างหนึ่ง ผมก็จะเลือก Kpop นี่แหละครับ

ในวงการเกาหลีนั้น คุณอาจจะคิดว่ามันคือความสนุก ความฟินที่ได้เห็นศิลปินเกาหลีมาแสดง หรือได้รับรางวัลใช่ไหมครับ แต่เบื้องหลังนั้นมันมี Soft power ซ่อนอยู่ โดยเกาหลีมีองค์กรมากมายที่สนับสนุนความเป็นเกาหลี วัฒนธรรมเกาหลี และพวกเขาเลือกที่จะถ่ายทอดมันออกมาผ่านศิลปินเกาหลีครับ

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเราถึงเห็นการใส่ฮันบกในประเทศไทย การกินกิมจิในประเทศไทย หรือแม้แต่ตะเกียบเกาหลีที่วางขายอยู่ตามห้างก็เป็น Soft power ที่เกาหลีส่งมาให้เราเหมือนกันครับ

และนั่นแหละครับ ซีรีส์วายไทยตอนนี้กำลังส่ง Soft power ออกไปทั่วโลกไม่ต่างกับเกาหลี ทำให้ในอนาคตคุณอาจจะเห็นต้มยำกุ้งในประเทศบราซิล หรือข้าวผัดกะเพราในประเทศอเมริกาก็เป็นได้ครับ และนั่นแหละครับเป็นเหตุผลที่ทำให้ซีรีส์วายเป็นตลาดสำคัญที่นักการตลาดทุกคนควรรู้จักเอาไว้

บทสรุป

คุณคงเห็นการเจริญเติบโตของซีรีส์วายไปไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ จากซีรีส์ที่อยู่ใน Niche market ถูกสร้างขึ้นจากผู้หญิงถึงผู้หญิง กลับดังไปไกลระดับประเทศ และกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก เปรียบเสมือนกับ Kpop ที่เป็น Soft power ของประเทศเกาหลี

หากคุณเป็นนักการตลาด ผมหวังว่าคุณจะได้เห็นถึงการเปลี่ยนไปของเทรนด์ในยุคปัจจุบัน และวัฒนธรรมที่เริ่มเปลี่ยนไป ว่าซีรีส์วายไม่ได้อยู่เพียงแต่ใน Niche market แคบ ๆ อีกต่อไปแล้ว และหวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณสามารถเปิดใจให้กับความหลากหลายทางเพศที่มากขึ้น และนำมันไปปรับใช้กับแบรนด์หรือบริษัทของคุณ เพื่อรักษาและสร้าง leads ใหม่ ๆ ได้นะครับ

Reference:

bill


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>