ผมกล้าพูดได้เลยว่า ในปัจจุบัน Content มากมายที่รายล้อมอยู่รอบตัวเราทุกคนนั้น เกินกว่าครึ่งไม่ได้มาจากบริษัทใหญ่ ๆ หรือสื่อหลัก ๆ อย่างสมัยก่อน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า อินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทำให้เล็กลง พกพาง่าย และราคาถูก กำลังมีส่วนผลักดันให้เกิด Content Creator หน้าใหม่มากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ ขอแค่มีความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถสร้างคอนเทนท์ดี ๆ และผู้ติดตามที่ชอบและสนใจขึ้นมาได้แล้ว

แต่คอนเทนท์เองก็คงไม่ได้จะสามารถเกิดขึ้นมาได้หากขาดตัวช่วยที่ดีและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ใช่ไหมครับ เหล่า Content Creator เองก็ต้องการตัวช่วยเพื่อให้งานออกมามีคุณภาพที่สุด หากเราลองนึกย้อนกลับไปคงเห็นว่าซอฟท์แวร์หรือทรัพยากรที่ใช้ในการสร้างหนึ่งคอนเทนท์มันมีราคาสูงมากพอสมควร ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถทำคอนเทนท์ที่ดีขึ้นมาได้ จะต้องเป็นคนที่เข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือการที่สิ่งเหล่านี้ถูก Decentralized ทำให้เข้าถึงทุกคนได้ และใช้ฟรี ทำให้ Content Creator สายต่าง ๆ มีโอกาสได้พัฒนาคอนเทนท์ให้ดีและมีคุณภาพยิ่งขึ้นไปอีก โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินมากมายเท่าสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว

ในวันนี้ พวกเรา Dgtl8 จะมาแนะนำเครื่องมือใช้ฟรีสำหรับ Content Creator ทุกสาย ทั้งสายไอเดีย สายเขียน และสายกราฟฟิค เรียกได้ว่าขนมาไว้ที่นี่ที่เดียว ครบ จบ หากคุณเองก็เป็นอีกคนที่ต้องการเริ่มต้นสร้างคอนเทนท์ของตัวเอง หรือกำลังหาเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาคุณภาพของคอนเทนท์อยู่ละก็ รับรองว่ามาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

สายหาไอเดีย คิดงาน คอนเทนท์

1. HubSpot’s Blog Topic Generator

HubSpot's Blog Topic Generator

นี่เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะกับคนที่กำลังหาไอเดียหัวเรื่องการเขียนบล็อก แค่คลิกเข้าไปแล้วพิมพ์คีย์เวิร์ดที่ต้องการได้มากสุด 3 คำ จากนั้นพอกดค้นหา ก็จะมีหัวเรื่องปรากฏออกมา 5 หัวเรื่อง หากต้องการไอเดียเพิ่ม เราต้องเสียเงินเพิ่ม แต่ผมว่าสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการไอเดียมหาศาล หรือแค่ต้องการหาไอเดียเริ่มต้นเพื่อไปต่อยอด ผมว่าเครื่องมือนี้เวิร์คมากครับ

2. BuzzSumo

BuzzSumo

จุดเด่นของ BuzzSumo คือ นอกจากเราจะได้ไอเดียจากเว็บบล็อกต่าง ๆ แล้ว เรายังเห็นยอด Engagement จากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ Backlink และยอดแชร์ ซึ่งข้อมูลพวกนี้จะเป็นประโยชน์มาก ทำให้เรารู้ได้ว่าคอนเทนท์แนวไหนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ

3. Alltop

Alltop

Alltop เป็นแหล่งรวมข่าวสารหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์และได้นับความนิยมในปัจจุบัน เมื่อเข้าไปแล้วด้านบนขวามือจะมี Search Box ให้ค้นหา Topic ที่เราต้องการได้ ถึงแม้จะไม่มีสถิติต่าง ๆ ให้ดูมากนัก แต่นั่งดูข่าวสารในปัจจุบันมีส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลมากเลยจริงไหมครับ

4. UberSuggest

UberSuggest

เว็บสีส้มนี้มีจุดเด่นคือ เมื่อเราใส่คีย์เวิร์ดลงไป ประโยคหรือหัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดนับสิบหรือบางครั้งนับร้อยจะเด้งขึ้นมาให้เราพร้อมยอด Engagement จาก Facebook และ Pinterest นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Expand this keyword ที่ระบบจะช่วยหา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ดั้งเดิมของเราเพิ่มเติมไปอีก ช่วยให้เราเห็นคีย์เวิร์ดที่อาจคิดไม่ถึงครับ

5. Google Trends

Google Trends

เครื่องมือที่คุ้นเคยสำหรับนักการตลาดหลายท่าน แต่ใครจะรู้ว่า เราสามารถใช้ Google Trend เพื่อช่วยคิดไอเดียได้ด้วย โดยเมื่อเสิร์ชคียเวิร์ดแล้วลงมาด้านล่าง เราจะเจอกับ Related topics และ Related queries ที่จะช่วยหาไอเดียแถมยังบอก Volume การค้นหาอีกด้วย

6. Portent’s Content Idea Generator

Portent's Content Idea Generator

เครื่องมือนี้ใช้ง่ายมากครับ คือเมื่อเราใส่คียเวิร์ดลงไป มันจะ Generate ชื่อหัวข้อที่เป็นไปได้ เมื่อคลิกเข้าไปเราจะเห็นได้เลยว่า ทำไมถึงต้องเป็นหัวข้อนี้ มันช่วย Attract ผู้รับสารยังไง หากไม่พอใจเรายังกด See Another Title เพื่อเปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อย ๆ ได้ด้วย อันนี้แอบกระซิบว่าแต่ละหัวข้อฮามากครับ หากหาคอนเทนท์ที่มู้ดไม่จริงจังมาก ผมแนะนำเลย

7. Reddit

Reddit

ใครจะคิดว่า Reddit ที่เป็นเหมือน Pantip.com ของต่างประเทศจะสามารถเป็น Idea Generator ให้เราได้ แต่จริง ๆ แล้ว ไอเดียต่าง ๆ เริ่มต้นจากบอร์ดสนทนานี่แหละครับ หากท่านใดที่ใช้เว็บบอร์ดเป็นประจำอยู่แล้ว ผมมั่นใจว่าใช้งานไม่ยากเลยครับ หาหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูว่าผู้คนสนใจอะไรเป็นพิเศษ

8. Answer the Public

Answer the Public

เครื่องมือนี้จะดึงข้อมูลจากการค้นหาใน Google มาให้อยู่ในรูปแบบของ Mindmap ครับ โดยเมื่อเราใส่คีย์เวิร์ดเข้าไป หน้าเว็บจะปรากฏขึ้นมาเป็น Mindmap ที่มีคียเวิร์ดเราอยู่ตรงกลาง แล้วแตกออกเป็นกิ่ง ๆ โดยมีกิ่งหลักเป็น What, when, why, where, how, can, will ฯลฯ ผมคิดว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือคิดไอเดียที่ Based on โซลูชั่นที่ดีมาก ๆ ครับ 

สายเขียน แปล พิสูจน์อักษร

a Google Calendar Docs

หนึ่งในเครื่องมือที่เบสิคที่สุดสำหรับสายเขียนออนไลน์ Google Docs เป็นหนึ่งในเครื่องมือใช้ฟรีของ Google ที่ทำงานคล้ายกับ Microsoft Word เพียงแต่สะดวกมากกว่าตรงที่สามารถแชร์ให้คนอื่นเข้ามาดู แก้ไข ได้แบบเรียลไทม์ครับ ซึ่งกูเกิ้ลก็พยายามพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Word อยู่เสมอ

2. Google Translate

Google Translate

 พูดถึงเครื่องมือของ Google ไปแล้ว จะไม่ให้พูดถึงเครื่องมือแปลภาษายอดฮิตได้ยังไง โดยหลาย ๆ ท่านอาจยังไม่ทราบ แต่ Google Translate ได้พัฒนาไปไกลมาก ๆ แล้ว สามารถสั่งการด้วยเสียงได้ แปลป้ายหรือข้อความที่ถ่ายจากกล้องได้ และอื่น ๆ อีกมากมาย แถมยังรองรับมากกว่า 108 ภาษา และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สายแปลห้ามพลาดครับ

3. Grammarly

Grammarly

หนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับสายเขียนคอนเทนท์ภาษาอังกฤษครับ โดย Grammarly เป็นโปรแกรมแบบ Freemium ที่อยู่ในรูปแบบแอพ เว็บ และปลั๊กอิน ที่จะคอยตรวจไวยากรณ์ที่ผิดโครงสร้างในภาษาอังกฤษแบบเรียลไทม์ตลอดเวลาที่เราเขียน นอกจากนี้ยังมีระบบให้คะแนนและอิโมจิบอกมู้ดของงานเขียนนั้น ๆ ด้วย สำหรับสายพรีเมียม Grammarly จะมีฟีเจอร์ช่วยแทนที่คำที่ไม่เหมาะสม หรือเลือก Word Choice ช่วยให้ภาษาไหลลื่นและสวยด้วยครับ

4. Hemingway

the Hemingway

หลักการทำงานของเครื่องมือนี้จะคล้ายกับ Grammarly เลยครับ ส่วนข้อแตกต่างเด่น ๆ เลยคือ เราสามารถใช้เพื่อตรวจแกรมม่าภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือติดตั้งแอพใด ๆ เลย เรียกได้ว่าเขียนและตรวจกันบนเว็บได้เลย แถมยังมีคะแนน Readability และนับจำนวนคำแบบเรียลไทม์อีกด้วย

5. Cambridge Dictionary

Cambridge Dictionary

หากเป็นสายแปลภาษาอังกฤษ คงไม่มีใครไม่รู้จักเว็บไซต์นี้ Cambridge Dictionary จัดทำขึ้นโดยมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา หนึ่งคำมีความหมายมากกว่าหนึ่งความหมาย หาตัวอย่างประโยค Synonym และ Collocation ที่เว็บแปลภาษาอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้จะเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาบ้างแล้ว เพราะหน้า Interface รวมทั้งคำแปลทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ

6. Longdo Dictionary

Longdo Dictionary

เครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อการทำงานคล้าย ๆ Cambridge Dict นั่นคือ หนึ่งคำในนี้จะมีความหมายและตัวอย่างการใช้มากมายให้เลือกดู แต่ข้อดีคือ ทุกอย่างเป็นภาษาไทยทั้งหมด ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถใช้ได้ แถมยังมีวิธีการใช้ง่ายมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างจาก Corpus และตัวอย่างประโยคที่มักใช้ผิดอีกด้วย

7. readAwrite

readAwrite

นี่คือเครื่องมือพิสูจน์อักษรภาษาไทยแบบอัตโนมัติที่ดีที่สุดในตอนนี้ครับ โดยหลักการทำงานคือ เราใส่บทความที่เขียนเสร็จแล้วลงไป แล้วกดตรวจ จากนั้นระบบจะประมวลผลสักพักแล้วโชว์คำที่ผิดและคำที่อาจจะผิดให้เรากดแก้ไขครับ ข้อเสียหลัก ๆ ที่เจอมีแค่สองข้อ ข้อแรกคือ ยังไม่ได้เป็นแบบเรียลไทม์ ต้องเขียนให้เสร็จแล้วค่อยกดตรวจทีเดียว อีกข้อคือ มีบางคำที่ระบบตรวจแล้วไม่เจอครับ ผมแนะนำว่า ให้เว็บช่วยดูแล้วเราตรวจอีกที จะดีที่สุดครับ

8. Plagiarism Checker

Plagiarism Checker

เครื่องมือนี้ทำหน้าที่ในการเช็คว่า บทความภาษาอังกฤษที่เราเขียนนั้น มีส่วนไหนที่ไปซ้ำกับบทควมที่มีอยู่ก่อนหน้าหรือเปล่า เป็นการเช็ค Plagiarism หรืออัตราการลอกผลงานนั่นเอง เหมาะมาก ๆ สำหรับนักเขียนที่กังวลเรื่องลิขสิทธิ์และนักเรียน นักศึกษาที่เขียนงานส่ง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่รองรับภาษาไทยครับ

สายกราฟฟิค ตัดต่อ หารูป

1. Canva

Canva

สุดยอดเครื่องมือสายกราฟฟิคที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี มีทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และแอพลิเคชั่น โดยเราสามารถใช้เพื่อทำเรซูเม่ สไลด์พรีเซนท์ และงานรูปอื่น ๆ ได้ แถมยังมีฟีเจอร์ที่หลากหลาย ใช้ง่ายมาก ๆ เหมาะสำหรับคนทั่วไป เรียกว่ามาที่เดียวครบทุกอย่างด้านกราฟฟิค อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เน้นใช้งานง่าย เลยแลกมากับความอิสระในการปรับแต่งที่สู้โปรแกรมระดับโปรไม่ได้

2. DesignWizard

DesignWizard

อีกหนึ่งเครื่องมือชื่อดังในวงการคอนเทนท์ โดย Design Wizard จะมีหลักการทำงานคล้าย ๆ กับ Canva เลยครับ คือ สามารถทำงานกราฟฟิคเน้นใช้งานง่ายและสะดวก แต่จุดเด่นจริง ๆ คือฟีเจอร์หลากหลายรูปแบบใช้ฟรี ต่างจาก Canva ที่ฟีเจอร์จำนวนหนึ่งยังจำกัดสำหรับผู้ใช้ Premium

3. Piktochart

Piktochart

 Piktochart เป็นเครื่องมือหรับการสร้าง Infographic โดยเฉพาะ มี Template ให้เลือกกว่า 400 รูปแบบ พร้อม UX/UI ที่ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการทำอินโฟกราฟฟิคสำเร็จรูปสวย ๆ

4. Microsoft Publisher

Microsoft Publisher

หนึ่งในโปรแกรมตระกูล Microsoft Office ที่มีติดเครื่องหลาย ๆ คนอยู่แล้ว ตัวโปรแกรมจะช่วยให้เราออกแบบโปสเตอร์ โปสการ์ด และกราฟฟิคดีไซน์อื่น ๆ แบบเบื้องต้น โดยสำหรับใครที่คุ้นเคยกับโปรแกรม Office อื่น ๆ อยู่แล้ว ใช้งานไม่ยากแน่นอนครับ

5. Unsplash

Unsplash

Unsplash เป็นแพลตฟอร์มสำหรับค้นหารูปใช้ฟรีเพื่อนำไปใช้เชิงพาณิชย์ หรือที่เรียกกันว่า Stock Photo มีรูปมากมายหลากหลายรูปแบบเหมาะกับการทำงานทุกประเภท แถมยังจัดหมวดหมู่เป็นระเบียบเรียบร้อย เพียงแค่ใส่ Keyword ลงไป เลือกรูปที่ชอบ แล้วสามารถกดดาวน์โหลดรูปที่ต้องการได้ง่าย ๆ เลยครับ

6. Giphy

Giphy

 หนึ่งในแพลตฟอร์มสำหรับหารูปเคลื่อนไหวประเภท GIF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีหลากหลายรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ประกอบคอนเทนท์ได้ ที่สำคัญ ยังมีฟีเจอร์พิเศษที่ให้เราสามารถสร้าง GIF ของตัวเองได้ด้วย เพียงอัพโหลดไฟล์ประเภทวอดีโอลงไป สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้บนเว็บเลยครับ สะดวกมาก ๆ

7. Youtube Audio Library

Youtube Audio Library

ใครจะคิดว่าแพลตฟอร์มอย่าง Youtube จะเปิดโอกาสให้เราเข้าไปเลือกดูและดาวน์โหลดเสียงเอ็ฟเฟกต์ เสียงเพลง และเสียงดนตรีต่าง ๆ แบบฟรี ๆ ได้ โดยนี่เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของ Youtube Studio ที่ทุกคนสามารถใช้งานได้ฟรี โดยบน Library จะมีเสียงหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ นอกจากนี้ ใน Youtube Studio เรายังสามารถตัดต่อเบื้องต้น และใส่ซับไตเติ้ลให้คลิปได้ด้วย

8. Google Photos

Google Photos

อีกหนึ่งเครื่องมือจากกูเกิ้ลที่เราคุ้นเคยกันดีกับ Google Photos คลาวด์แพลตฟอร์มที่เราสามารถเก็บรูปต่าง ๆ ไว้แบบเป็นส่วนตัวหรือแชร์ให้คนอื่นก็ได้ หลายคนยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว บน Photos เราสามารถแต่งรูป และปรับ Quality รูปเบื้องต้นได้ด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแต่งรูปด่วนโดยที่ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมหรือแอพอะไรเลย

สรุป

เป็นยังไงบ้างครับกับเครื่องมือฟรีทั้ง 24 ตัวที่เราได้คัดสรรค์มาฝากทุกท่าน หวังว่าเครื่องมือฟรีพวกนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับ Content Creator ทั้งสายคิด สายเขียน และสายกราฟฟิคทุกคนนะครับ

ฝากไว้อีกสักนิดสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ นะครับ ในปัจจุบัน การที่คอนเทนท์มีอยู่มากมายและเครื่องมือเหล่านี้เข้าถึงทุกคน ทำให้แบรนด์ต้องหาวิธีสร้างสรรค์คอนเทนท์ที่มีคุณภาพและน่าดึงดูด เพื่อส่งเสริมการตลาด โดยเฉพาะแนว Content Marketing และ Influencer Marketing ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ พึ่งพาการทำคอนเทนท์ที่ดี ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย นอกจากต้องเอาชนะใจลูกค้าแล้ว คุณยังต้องเอาชนะคุณภาพของเหล่า Content Creator อีกนับร้อยนับพัน หากยังไม่สามารถทำคอนเทนท์ที่ดีได้ แบรนด์คงยากที่จะประสบความสำเร็จในยุคนี้ครับ

หากกำลังมองหาผู้ช่วยด้านการทำการตลาดออนไลน์ให้เข้ากับยุค Digital Transformation ในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง พวกเรา Dgtl8 พร้อมจะร่วมเดินทางไปกับคุณ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ สามารถติดต่อ บอกเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ที่นี่ เลยครับ

แล้วพบกันใหม่ในคอนเทนท์หน้าครับ

Reference
https://www.quicksprout.com/7-tools-for-generating-infinite-content-ideas-for-your-blog/
https://bigsea.co/ideas/free-graphic-design-tools/
 

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

Subscribe to our newsletter now!

>