ในยุคนี้ หากพูดถึงคำว่า Influencer ทุกคนคงเคยได้ยินมาบ้าง ภาพลักษณ์ของบุคคลที่สร้างความบันเทิง ให้ความรู้ หรือโชว์ทักษะความสามารถอย่างโดดเด่นบนโลกออนไลน์ บวกกับความเป็นกันเอง ตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ติดตามนับพันนับหมื่น ทำให้ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ขนาดของตลาด Influencer เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด และถือเป็นไอคอนใหม่ของบุคคลต้นแบบในยุคนี้

แน่นอนว่า นักการตลาดและแบรนด์ต่าง ๆ ก็ได้มองเห็นโอกาสในการต่อยอด เนื่องจากความสามารถในการเข้าถึงและโน้มน้าวใจของอินฟลูเอนเซอร์ เป็นเหมือนพลังของ Word of Mouth (WOM) แบบที่เพื่อนสนิทบอกต่อสิ่งดี ๆ ทำให้โมเดลเกิดที่เราเรียกกันว่า Influencer Marketing ซึ่งคำนี้ หลาย ๆ คน โดยเฉพาะคนที่ทำงานหรือสนใจในแวดวงการสื่อสารการตลาดน่าจะคุ้นชินกับคำนี้กันเป็นอย่างดี คำยอดฮิตที่พบเจอได้ทั่วไปบน Social Media หรือสื่อต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่จริง ๆ แล้ว Influencer Marketing ก็สามารถแบ่งออกได้หลากหลายประเภท และแต่ละประเภทมีวิธีการทำงานหรือผู้ติดตามที่ต่างกันออกไป วันนี้เราจะมาพูดถึงหลักการและการทำงานของ Influencer แต่ละรูปแบบที่เป็นประโยชน์ให้กับแบรนด์และนักการตลาดที่กำลังศึกษาและสนใจด้าน Influencer Marketing อยู่

วันนี้ พวกเรา Dgtl8 จะขอนำคุณเข้าสู่โลกของ Influencer Marketing เราจะลงลึกถึงความหมาย ลักษณะ ประเภท เทรนด์ในยุคปัจจุบันเป็นยังไง มีจุดเด่นกว่าการตลาดแบบอื่นตรงไหน แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับแบรนด์หรือแคมเปญของคุณ รวมทั้งคำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่กำลังสนใจการตลาดประเภทนี้ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาดำดิ่งสู่โลกของ Influencer Marketing กันครับ

Influencer คืออะไร

Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) คือบุคคลผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ มีผู้ติดตามและให้ความสนใจจำนวนมากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Youtube, Twitch หรือล่าสุดกับแพลตฟอร์มยอดฮิตประจำปีอย่าง Tiktok ซึ่ง Influencer เหล่านี้อาจเป็นได้ทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงจากผลงานบันเทิงบนสื่อหลัก หรืออาจเป็นบุคคลธรรมดาที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างคอนเทนท์ขึ้นมา ที่ตอบโจทย์โดนใจกลุ่มคน จนเกิดการติดตามขึ้น โดยคอนเทนท์หรือเนื้อหาที่ Influencer หยิบยกขึ้นมามีมากมายหลากหลายประเภท ทั้งในแง่ของความรู้ ความบันเทิง หรืออาจเป็นแค่ชีวิตประจำวันของตัว Influencer เองก็ได้ แต่เนื้อหาเหล่านี้ มีจุดเด่นหรือประโยชน์บางประการ ที่สามารถทำให้ผู้คนเกิดความสนใจติดตาม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องของความใกล้ชิด ความจริงใจ และประสบการณ์ส่วนตัว ที่ทำให้ผู้ชมหรือผู้ติดตามรู้สึกเข้าถึง คล้อยตาม และรู้สึกร่วมไปกับเนื้อหาที่ตัว Influencer นำเสนอออกมา

Influencer มีหลายประเภท เช่น Blogger นักวิชาการ นักวิเคราะห์ เจ้าของเพจ กูรู นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ผู้ที่สำเร็จในด้านใดด้านหนึ่ง หรือผู้ที่สร้าง Trend หรือ Taste ที่เราเรียกว่า Taste Maker มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อยู่ดี ๆ จะมีคนติดตาม Influencer เหล่านี้ แต่ด้วยเพราะความสำเร็จและทักษะบางอย่างที่เป็นที่ประจักษ์ ทำให้พวกเขามีอิทธิพลต่อความคิด ทัศนคติ และการตัดสินใจของผู้ติดตาม โดยเราสามารถบรรยายคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของ Influencer ได้หลัก ๆ 2 ประการ ดังนี้

บุคคลผู้มีอิทธิพล หรือพลังอำนาจในการโน้มน้าวต่อการตัดสินใจซื้อของผู้อื่นอันเนื่องมาจากอำนาจทางสังคม ระดับการศึกษา ความรู้ ตำแหน่งงาน อาชีพ หรือความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม
บุคคลที่มีกลุ่มผู้ติดตามในกลุ่มความสนใจใดความสนใจหนึ่งที่บุคคลนั้นมีส่วนร่วม ขนาดของกลุ่มผู้ติดตามมักจะขึ้นอยู่กับขอบเขตหัวข้อของตัว Influencer

เมื่อเราทราบแล้วว่า Influencer คืออะไร ในหัวข้อถัดไป เราจะไปลงลึกกันว่า Influencer เหล่านี้ เข้ามามีอิทธิพลหรือส่วนสำคัญในการทำการตลาด โดยเฉพาะในยุคดิจิตัล และโลกของ Digital Marketing อย่างไร


Influencer Marketing คืออะไร

Influencer Marketing หมายถึงประเภทของการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้ Influencer ในการประชาสัมพันธ์ โฆษณา และสื่อสารตราสินค้า เพื่อเป้าประสงค์ทางการตลาด โดยเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์และตัวอินฟลูเอนเซอร์

แรกเริ่มเดิมที Influencer Marketing เริ่มมาจากการที่แบรนด์จ้างดารา หรือผู้มีชื่อเสียงให้รีวิวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์บน Social Media ส่วนตัว และในช่วงปลายปี 2014 แบรนด์ต่าง ๆ ก็เริ่มมองหา Influencer จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ ทั้งคนที่ทำวิดีโอบน Youtube หรือเขียนบล็อก ซึ่งภายหลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนหลาย ๆ แบรนด์เริ่มมองหาแนวทางการทำ Influencer Marketing และเกิดเป็นการวางกลยุทธ์ที่สำคัญต่อการทำการตลาดยุคดิจิตัลในปัจจุบันนี้

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จในยุคนี้ หลัก ๆ มาจากการที่ผู้คนต่างเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เทรนด์ของการสืบค้นข้อมูล หาความบันเทิง หรือพูดคุยพบปะสังคมใหม่ ๆ เปลี่ยนไปมากหลังจากการมาถึงของอินเทอร์เน็ต ทุกกิจกรรมสามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ และเช่นเดียวกัน การมีแพลตฟอร์ม Social Media ที่หลากหลายก็เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วไปหันมาผลิตคอนเทนท์ กลายเป็น Content Creator และเกิดผู้ติดตาม ทำให้เราได้เห็น Influencer หน้าใหม่เกิดขึ้นได้ทุกวัน

สื่อทางเลือกได้เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ติดตาม Influencer ที่ชื่นชอบ แถมยังทำให้การเข้าถึงตัวบุคคลที่เราอาจไม่ได้มีโอกาสได้รู้จักจริง ๆ อย่าง ดารา นักแสดง หรือนักร้อง เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมมาก การได้เห็นทัศนคติ ค่านิยม และชีวิตประจำวันของเขาทำให้เรารู้สึกผูกพันและใกล้ชิด โดยรวมแล้ว Influencer ก็คือบุคคลที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบต่าง ๆ บุคคลที่เป็นแบบอย่างทางความคิด บุคคลที่มีอิทธิพลกับมุมมองและการตัดสินใจของผู้ติดตาม ทั้งความเชื่อมั่น ความภักดี ความเป็นกันเอง และพลังในการโน้มน้าว สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกางวางกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ Influencer Marketing เพราะผู้บริโภคมักจะอยากเลียนแบบพฤติกรรมหรือรสนิยมของคนที่เราชื่นชอบอยู่แล้ว ดังนั้น การที่ Influencer ใช้สินค้าหรือพูดถึงแบรนด์ ย่อมส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อการรู้จัก ตัดสินใจซื้อ และใช้สินค้าของกลุ่มเป้าหมายด้วย

นักการตลาดหรือแบรนด์ที่ทำ Influencer Marketing ส่วนใหญ่จึงต้องมี Mindset แบบ
Customer-centric Marketing หรือการคิดแบบเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การรู้พฤติกรรม นิสัย และความสนใจของลูกค้า มีผลต่อความสำเร็จของ Influencer Marketing อย่างมาก

หลังจากที่เราเรียนรู้ความหมายของ Influencer และ Influencer Marketing แล้ว ในขั้นต่อไป เราจะมาดูกันว่า Influencer สามารถจำแนกประเภทได้เป็นแบบไหนบ้าง แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับแคมเปญของคุณ


ประเภทของ Influencer เพื่อการทำ Influencer Marketing ที่เหมาะสม


มีหลายวิธีที่เราจะสามารถจัดหมวดหมู่ประเภทของ Influencer ตัวอย่างเช่น ประเภทของเนื้อหา ช่องทางที่ใช้ในการเผยแพร่เนื้อหา หรือความเฉพาะด้านของเนื้อหา แต่เกณฑ์การแบ่งประเภทของ Influencer ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ จำนวนของผู้ติดตาม (Size of followers) การจำแนก Influencer ตามระดับจำนวนของผู้ติดตามนั้น มีข้อดีคือ เวลาที่เราเลือกทำ Influencer Marketing นั้น เราสามารถกำหนดขนาดของผู้รับสารได้ง่ายและเฉพาะเจาะจง โดยอ้างอิงจาก Mediakix หนึ่งใน Influencer
Marketing Agency หรือเอเจนซี่การตลาดที่มุ่งเน้นด้านอินฟลูเอนเซอร์แห่งแรก ๆ ของโลก เราสามารถแบ่งประเภทของ Influencer ตามจำนวนของผู้ติดตามออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่

Nano-influencers: 1,000 – 10,000 ผู้ติดตาม

Nano Influencer คืออินฟลูเอนเซอร์ระดับล่างสุด มีผู้ติดตามประมาณ 1,000 ถึง 10,000 คน จุดเด่นสำคัญของอินฟลูเอนเซอร์ระดับนี้คือความใกล้ชิด พวกเขารู้จักผู้ติดตามเป็นอย่างดี และได้รับความไว้วางใจมาก ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์มักจะได้รับการมองว่าน่าเชื่อถือและไม่หลอกลวงผ่านการสื่อสารจาก Nano-influencer ข้อดีอีกข้อหนึ่งคือราคาถูกที่สุด บางคนเลือกรับค่าตอบแทนเป็นแค่ตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่น้อยย่อมเหมาะมากกว่ากับแคมเปญที่มีงบน้อย

Micro-influencers: 10,000 – 50,000 ผู้ติดตาม

Micro-influencer คืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามประมาณ 10,000 ถึง 50,000 คน อินฟลูเอนเซอร์ระดับนี้กล่าวได้ว่าสำคัญที่สุดสำหรับ Influencer Marketing เนื่องจากตัวอินฟลูเอนเซอร์ในระดับนี้มักจะนำเสนอหัวข้อที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ทำให้แบรนด์สามารถกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนมากกว่า ถึงจะใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าระดับอื่นในแง่ของการสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ (Brand Awareness)

Mid-tier influencers: 50,000 – 500,000 ผู้ติดตาม

Mid-tier influencer คืออินฟลูเอนเซอร์ระดับกลาง มีผู้ติดตามประมาณ 50,000 ถึง 500,000 คน อินฟลูเอนเซอร์ระดับนี้ส่วนใหญ่มักจะทำคอนเทนท์เป็นอาชีพหลัก นั่นทำให้แบรนด์สามารถมั่นใจในตัวเนื้อหาและ Key Message ที่ต้องการสื่อสารได้มากกว่า นอกจากนี้กลุ่ม Mid-tier ยังมีขนาดของผู้ติดตามมากกว่าสองระดับแรก แต่ก็ยังไม่มากเกินไปจนผู้ติดตามรู้สึกจับต้องได้ยากถึงขนาด Macro และ Mega แถมยังมีค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับที่ไม่แพงเกินไปอีกด้วย โดยรวมแล้ว อินฟลูเอนเซอร์ระดับนี้คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างปริมาณการเข้าถึงและความใกล้ชิดกับผู้ติดตาม

Macro-influencers: 500,000 – 1,000,000 ผู้ติดตาม

Macro-influencer คืออินฟลูเอนเซอร์ระดับค่อนข้างใหญ่ มีผู้ติดตามประมาณ 500,000 ถึง 1,000,000 คน อินฟลูเอนเซอร์ในระดับนี้มักจะมีรายได้หลักมาจากตัวตนบนโลกออนไลน์ หรือไม่พวกเขาก็เป็นคนมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เช่น นักกีฬา นักดนตรี หรือนาย/นางแบบ จุดเด่นของกลุ่มนี้คือความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคากับจำนวนการเข้าถึงคอนเทนท์ อาจเรียกได้ว่ามีค่า ROI (Return on Investment) ดีที่สุดในบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ทุกระดับ หากคุณไม่ต้องการใช้เงินหมดไปกับ Mega-Influencer เพียงคนเดียวเพื่อผลลัพธ์ระดับสูง Macro ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

Mega-influencers: มากกว่า 1,000,000 ผู้ติดตาม

Mega-influencer คืออินฟลูเอนเซอร์ระดับสูงที่สุด มีผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน ในระดับนี้ อินฟลูเอนเซอร์มักได้รับการขนานนามว่าเป็น เซเลบ บนโลกออนไลน์ คนกลุ่มนี้เป็นเหมือนผู้นำเทรนด์ ผลักดัน Hashtag หรือริเริ่มวัฒนธรรมใหม่ ๆ Mega-influencer เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีทุนหนาและมักต้องตกลงผ่านเอเจนซี่ จุดเด่นสำคัญคือ คนกลุ่มนี้มีพลังอย่างมากในการผลักดันเนื้อหา เทรนด์ หรือวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดการสนทนาในสังคมออนไลน์ ยิ่งไปกว่านั้น การใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับ Mega ทำให้แบรนด์ไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรด้านเวลาเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้รับสารขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับการใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับเล็กหลาย ๆ คน อย่างไรก็ดี แบรนด์ควรคำนึงถึงความเสี่ยงในแง่ของความน่าเชื่อถือและดู แท้จริง ที่อาจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มมากกว่า

อย่าลืมว่า Influencer Marketing จะสำเร็จได้ ก็ด้วยการมี Mindset แบบ
Customer-centric Marketing ดังนั้น แบรนด์จะต้องคำนึงถึงผู้รับสารเป็นสำคัญ การวิเคราะห์ตัวลูกค้ากลุ่มเป้าหมายย่อมมีส่วนช่วยอย่างมากในการเลือกใช้ระดับของอินฟลูเอนเซอร์ให้สอดคล้องกับเป้าประสงค์ของการสื่อสาร


จุดเด่นของ Influencer Marketing

1. เข้าถึงง่ายและโน้มน้าวลูกค้าได้ดีกว่า

การสื่อสารผ่าน Influencer จะทำให้ผู้รับสารรู้สึกถึงความใกล้ชิดมากกว่า เพราะ Influencer มักเป็นคนที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตัวเอง หรือมีความคิดเห็นที่ใกล้เคียงกับผู้ติดตาม ทำให้การโฆษณามีความน่าเชื่อถือสูงและมีผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่า


2. มีผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์

การใช้ Influencer ทำให้แบรนด์ถูกมองว่า Real มากกว่า เพราะเมื่อเทียบกับผู้มีชื่อเสียงจากสื่อหลัก Influencer มักจะจับต้องได้และผูกพันกับผู้ติดตามมากกว่า นั่นทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสม สามารถเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้ เช่น การขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของผลิตภัณฑ์แว่นตากรองแสงเพิ่ม จากกลุ่มคนทำงานมายังกลุ่มนักเรียน นักศึกษา โดยการใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้


3. สามารถวัดและประเมินผลได้ง่าย

ไม่เหมือนกับสื่อประเภทอื่น คอนเทนท์ของอินฟลูเอนเซอร์เกือบทั้งหมดอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ นั่นทำให้แบรนด์สะดวกมากเมื่อต้องการวัดผลการดำเนินงาน โดยอาจดูจากยอด Reaction ยอดคอมเมนต์ ยอดการเข้าถึง หรือยอดการมีส่วนร่วม รวมไปถึงการตรวจสอบติดตาม Traffic by Channel เพื่อดูว่าผู้รับสารเข้าถึงเนื้อหาผ่านทางใดบ้าง ซึ่งการประเมินผลนี้ แบรนด์สามารถนำไปใช้เพื่อวัดค่าความสำเร็จ และวางกลยุทธ์เพื่อการทำการตลาดครั้งต่อไป


เริ่มต้นทำ Influencer Marketing

เช่นเดียวกันกับกลยุทธ์ทางการตลาดอื่น ๆ การทำ Influencer Marketing ต้องมีการกำหนดเป้าหมายและวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เก็บความคิดที่ว่าแค่ให้สินค้าหรือบริการกับอินฟลูเอนเซอร์ไปใช้ฟรี ๆ ใส่กระเป๋า แล้วมาลองดูขั้นตอนการวางแผนเพื่อทำ Influencer Marketing ที่ดีกัน


1. รู้จักกลุ่มเป้าหมาย / รวบรวมข้อมูล

หัวใจสำคัญของการตลาดแบบ Influencer Marketing คือการรู้จักกลุ่ม Leads ของคุณ พวกเขาเป็นใคร ลักษณะนิสัย พฤติกรรม และความสนใจของพวกเขาเป็นแบบไหน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวตั้งที่ดีในการเริ่มขั้นตอนการทำ Influencer Marketing เพราะคุณจะสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มที่ถูกต้อง เลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช่ และเลือก Message ที่จะสื่อสารได้อย่างเหมาะสม การมี Mindset แบบ Customer-centric Marketing จึงจำเป็นอย่างมาก

เนื่องจาก Influencer Marketing ทำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เราจึงควรเริ่มจากมองหาแพลตฟอร์มที่เหมาะสม การมีหลายแพลตฟอร์มย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่หากคุณยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น การมุ่งเน้นไปแค่แพลตฟอร์มเดียวย่อมดีกว่า ข้อแนะนำของเราคือ ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่แบรนด์ของคุณมีตัวตนอยู่บ้างแล้ว เพราะลูกค้าจะสามารถเชื่อมต่อจากโพสต์ของ Influencer มาที่แบรนด์ของคุณได้ง่ายกว่า หากยังลังเลว่าจะเริ่มยังไง การทำ Social Listening อาจสามารถช่วยให้คุณมองเห็นได้ว่า Leads ของแบรนด์คุณอยู่บนแพลตฟอร์มไหน และสนใจเรื่องใดมากที่สุด และในขณะเดียวกัน เราก็สามารถศึกษาประเภทของอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับแคมเปญของเราได้ ควรจะเป็นระดับไหน หากเป็นระดับ Macro ขึ้นไป คุณอาจต้องติดต่อผ่านเอเจนซี่ส่วนตัว จากนั้นให้วิเคราะห์ ROI ว่าแบบไหน จำนวนเท่าใดที่จะคุ้มค่าที่สุด


2. กำหนดงบประมาณและวางกลยุทธ์

หลังจากที่ได้ข้อมูลแพลตฟอร์มและประเภทของอินฟลูเอนเซอร์แล้ว ถึงเวลาที่คุณจะต้องมากำหนดงบประมาณและกรอบเวลาในการประชาสัมพันธ์ งบประมาณที่มี คุณควรบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ตรวจดูว่าแต่ละคนมีอัตราค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เช่นเดียวกับเวลา การทำ Influencer Marketing ไม่เหมือนกับการยิงแอดทั่วไป ตัว Influencer เป็นคนเหมือน ๆ กับเรา ไม่ใช่คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรม ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องคอยตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนและกรอบเวลาที่กำหนดเอาไว้


3. วางเป้าหมาย / กำหนดเนื้อหา

แน่นอนว่าเป้าหมายทั่วไปของการทำ Influencer Marketing คือการสร้างการรับรู้และเพิ่มยอดขาย แต่แทนที่จะตั้งเป้าหมายกว้าง ๆ แบบนั้น การตั้งเป้าหมายให้แคบและเฉพาะเจาะจงจะให้ผลที่ดีกว่า อินฟลูเอนเซอร์มีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจหรือลักษณะร่วมที่เฉพาะเจาะจงกว่าการโฆษณาแบบอื่น ๆ คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสสนใจผลิตภัณฑ์ของคุณจะได้อ่านและเข้าถึงคอนเทนท์ของคุณผ่านอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมอย่างแน่นอน นอกจากนี้ คุณควรกำหนดเนื้อหาหรือ Key Message ให้ชัดเจน การที่อินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างคอนเทนท์ด้วยความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่ดี แต่คุณคงไม่อยากเห็นโพสต์เกี่ยวกับแบรนด์คุณที่มีเนื้อหาผิดเพี้ยนไปจากที่คุณอยากให้เป็นหรอกจริงไหม


4. มองหา Influencer ที่ใช่และติดต่อ

กลับไปที่ข้อแรก หลังจากเลือกประเภท กำหนดกลยุทธ์ ตั้งเป้าหมาย และเลือก Message แล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะเลือกคนที่เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ พึงระลึกไว้เสมอว่า เนื้อหาที่ตัว Influencer นำเสนอควรเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ ควรเลือก Influencer ที่มีคุณภาพ ยอดการมีส่วนร่วมสัมพันธ์กับยอดผู้ติดตาม ไม่มีหรือมีคอมเมนท์สแปมน้อย ตัว Influencer เคยมีประวัติการร่วมงานกับแบรนด์คู่แข่งในตลาดเดียวกับแบรนด์คุณหรือไม่

หลังจากที่ได้รายชื่อของอินฟลูเอนเซอร์แล้ว ก็หาวิธีติดต่อ โดยหากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ระดับที่ผู้ติดตามน้อย คุณอาจสามารถติดต่อพวกเขาได้โดยตรง แต่หากคุณเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก คุณอาจต้องเข้าหาผ่านเอเจนซี่


5. ติดตามผลดำเนินการและนำไปปรับปรุงในอนาคต

แม้ว่าคุณจะเริ่มดำเนินการไปแล้ว อย่าลืมที่จะคอยตรวจสอบผลลัพธ์ในรูปแบบต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา มองหาข้อผิดพลาดและสิ่งที่สามารถปรับปรุงได้เพื่อนำไปเสนอแนะต่อตัวอินฟลูเอนเซอร์ รวมทั้งยังสามารถนำไปปรับปรุงแคมเปญต่าง ๆ ของแบรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย


สรุป

การทำ Influencer Marketing หรือการตลาดแบบใช้อินฟลูเอนเซอร์ เป็นหนึ่งในการตลาดใหม่ในยุคดิจิตัลที่เพิ่มทางเลือกให้แบรนด์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทุกแบรนด์เริ่มตระหนักถึงความสำคัญ ทำให้การแข่งขันเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น จะสังเกตได้ว่าการวางแผนใช้ Influencer ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่าย ๆ แล้วทุกบริษัทจะประสบความสำเร็จ ต้องมีการกำหนดเป้าหมาย วาง Message และเลือกตัวอินฟลูเอนเซอร์อย่างรอบคอบ เพราะ Influencer ในแต่ละระดับ หรือกระทั่งแต่ละคน มีจุดเด่น และเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน คนที่ผู้ติดตามเยอะ อาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่ของแบรนด์ การลองผิดลองถูกจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีให้กับแบรนด์ในระยะยาว สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องเริ่มวันนี้ ทรัพยากรบนโลกออนไลน์ทุกอย่างในตอนนี้มีค่า หากคุณยังไม่เริ่มวันนี้ คุณอาจช้ากว่าคู่แข่งไปหลายก้าว

การทำการตลาดแบบ Influencer Marketing เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่คนทำการตลาดสมัยใหม่ต้องรู้จักและศึกษาไว้ เพราะถือเป็น Touchpoint สำคัญระหว่างแบรนด์และลูกค้าในยุคดิจิตัล อย่างไรก็ดี แบรนด์ควรคำนึงถึงการวางกลยุทธ์อื่นในอนาคต หรือการนำเอา Influencer Marketing ไปประยุกต์เข้ากับแผนการตลาดในสเกลระดับใหญ่ เช่น Touchpoint อื่น ๆ ของ Customer อยู่ตรงไหน ดึงลูกค้ามาแล้วจะปิดการขายอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่นักการตลาดไม่ควรละเลย ที่ Dgtl8 เราให้คำปรึกษาด้านการตลาดตั้งแต่กำหนดกลุ่มเป้าหมายจนถึงปิดการขายแบบครบลูป หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยที่จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางให้แบรนด์คุณสามารถโลดแล่นได้อย่างคล่องแคล่วบนโลกใหม่ในยุคดิจิตัล สามารถคลิก
ที่นี่ เพื่อติดต่อเราได้เลยครับ


Reference

https://mediakix.com/influencer-marketing-resources/influencer-tiers/ 
https://seo-web.aun-thai.co.th/blog/marketing-blog-influencer-strategy/
https://influencermarketinghub.com/what-is-influencer-marketing/
https://stepstraining.co/strategy/influencer-marketing
https://sproutsocial.com/insights/influencer-marketing/

Thanaruk Yasamut


Hi! You can follow me on the social handle below 

  • […] Influencer Marketing ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ในโลกยุคดิจิตัล และแน่นอนว่า ในปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำนี้ หลาย ๆ แบรนด์กำลังศึกษาและพยายามปรับแผนการตลาดของตัวเองให้สอดคล้อง เข้ากับกลยุทธ์ประเภทนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า มันตอบสนองต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย หรือ Leads ของแบรนด์เป็นอย่างมาก เกิด Influencer Marketing Agency ที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นมากมายเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่สนใจการตลาดน้องใหม่นี้การเลือกคนที่ใช่นับเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้แคมเปญ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จ Influencer ที่มีความเกี่ยวข้อง สดใหม่ น่าเข้าหา และเหมาะสมกับทัศนคติ ค่านิยม รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์จะส่งผลดีเป็นอย่างมากให้ตัวแคมเปญ แน่นอนว่ากระบวนการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ดูเป็นเรื่องที่ยากและน่ากลัว มีหลากหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องพิจารณาระหว่างการค้นหา ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเรื่องที่ต้องคอยระวังอินฟลูเอนเซอร์บางคนที่ ปลอม อีกด้วยสำหรับในวันนี้ พวกเรา Dgtl8 จะมาแนะนำวิธีการเลือก Influencer ผ่านเกณฑ์ทั้ง 9 ประการ ที่จะช่วยให้คุณสามารถเลือกคนที่ใช่ ตอบโจทย์แบรนด์และแคมเปญมากที่สุด จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ […]

  • […]  Influencer Marketing ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ในโลกยุคดิจิตัล และแน่นอนว่า ในปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำนี้ หลาย ๆ แบรนด์กำลังศึกษาและพยายามปรับแผนการตลาดของตัวเองให้สอดคล้อง เข้ากับกลยุทธ์ประเภทนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า มันตอบสนองต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย หรือ Leads ของแบรนด์เป็นอย่างมาก เกิด Influencer Marketing Agency ที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นมากมายเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่สนใจการตลาดน้องใหม่นี้การเลือกคนที่ใช่นับเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้แคมเปญ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จ Influencer ที่มีความเกี่ยวข้อง สดใหม่ น่าเข้าหา และเหมาะสมกับทัศนคติ ค่านิยม รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์จะส่งผลดีเป็นอย่างมากให้ตัวแคมเปญ แน่นอนว่ากระบวนการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ดูเป็นเรื่องที่ยากและน่ากลัว มีหลากหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องพิจารณาระหว่างการค้นหา ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเรื่องที่ต้องคอยระวังอินฟลูเอนเซอร์บางคนที่ ปลอม อีกด้วย […]

  • {"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

    Subscribe to our newsletter now!

    >